น้องๆได้เรียนรู้หลักธรรม และวัฒนธรรมชาวพุทธ รักษาศีลแปด สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และฝึกสมาธิ นอกจากนี้ยังได้รับฟังธรรมะจากพระอาจารย์ และเรื่องที่บีบน้ำตาน้องๆมากที่สุดคือ “เรื่องพระคุณของพ่อแม่” ในช่วงนั้นเป็นบรรยากาศที่เหนือคำบรรยายค่ะ น้องๆซาบซึ้งกันมากจนร้องไห้ วันรุ่งเช้าตาบวมไปตามๆกันเลยค่ะ
พระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดี ประธานสงฆ์ ได้กล่าวถึงงานเผยแผ่และเอ่ยถึงพระเดชหลวงพ่อทั้งสองว่า เป็นผู้ที่ไม่หยุดยั้งในการสร้างสันติภาพ มีผลงานการเผยแผ่ที่เป็นรูปธรรมจริงๆ ส่วน พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ประธานนำเจริญพระพุทธมนต์ ได้ปรารภถึงคำกล่าวของ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่ได้กล่าวไว้ว่า “พระพุทธศาสนาจะต้องมาปักหลักที่ประเทศเยอรมนี”
พอพวกเขาได้เห็นโคมขึ้นฟ้าเท่านั้น ทุกคนต่างโห่ร้อง ตบมือกันลั่นสนาม ด้วยความตื่นตาตื่นใจ คนเฒ่าคนแก่บางคนถึงกับยกแขนสองข้างขึ้นกางออก แหงนหน้าดูโคมลอยซึ่งค่อยๆกลายเป็นทะเลแห่งดวงดาว ดารดาษเต็มท้องฟ้า และค่อยๆเคลื่อนตามแรงลมไปในทิศทางที่มีพระจันทร์อย่างไม่น่าเชื่อ น้ำตาแห่งความปลื้มปีติและศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
นับเป็นความสำเร็จที่สืบเนื่องมาจากหัวใจอันยิ่งใหญ่ และมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ปรารถนาในทุกคนในโลกเข้าถึงธรรม ทำให้เหล่าพุทธบริษัท4 ทั้งชาวไทยและชาวสิงคโปร์ มีขวัญ มีกำลังใจ ในการสานต่องานฟื้นฟูพระพุทธศาสนาดั้งเดิมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้เกิดเป็นจริงในยุคของเราค่ะ