มหาชนที่ผ่านไปผ่านมา พบเห็นดาบสินีนอนสิ้นใจ ต่างก็พากันสงสารในชะตากรรม พากันร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่ศาลาหลังนั้น ส่วนพระโพธิสัตว์กลับจากภิกขาจาร มาเห็นมหาชนคร่ำครวญกันอยู่ เมื่อรู้ว่าดาบสินีคู่ทุกข์คู่ยากสิ้นใจแล้ว ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร ยังคงทำภัตกิจตามปกติ เพราะเป็นผู้ที่มีใจมั่นคง มองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาของสัตวโลก มหาชนเห็นอย่างนั้น จึงพากันถามด้วยความสงสัยว่า "ท่านดาบสเป็นอะไรกับนาง"
เขาเกิดมามีความพร้อมสมบูรณ์ในทุกด้าน ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์ สมบัติ คุณสมบัติ และมีชื่อเสียง ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝัน และโชว์ตัวในรายการทาง TV ต่างๆ …นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้ที่ห่างไกลจากยาเสพติด และ เรื่องของการทรงเจ้าเข้าผี…เป็นเพราะเขาโชคดี หรือ เพราะอะไรกันแน่…ที่นี่มีคำตอบ
เธอป่วยเป็นมะเร็ง แพทย์บอกว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกเพียงไม่เกิน 6 เดือน จากการได้อ่านข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง จากโรงพยาบาล เธอจึงได้มาปฏิบัติธรรมที่ธุดงคสถานล้านนา เธอรักษาตัวเองด้วยการ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ควบคู่ไปกับการักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ปรากฏว่า เธอมีชีวิตต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 4 ปีกว่าแล้ว …ผลแห่งบุญช่วยต่อชีวิตให้เธอ จริงหรือ
พี่ชายเคยเป็นคนนิสัยดี รักพี่รักน้อง เรียนเก่ง พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดื่มเหล้า อาละวาดกับแม่...เป็นเพราะเหตุใด
สุวโปดกเห็นว่าโอกาสมาถึงตนแล้ว จึงได้แสร้งตีหน้าเศร้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “สาลิกาจ๋า หากว่าเธออยากรู้จริงๆ ฉันก็จะเปิดเผยความในใจของฉันให้เธอฟัง”
พระอินทร์ได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้น ทรงหายสงสัยในการบำเพ็ญตบะของพระฤๅษี ด้วยตระหนักชัดแล้วว่า ท่านไม่ได้ปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะ หรือความเป็นพระราชา มหาเศรษฐีเลย หากท่านมีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ คือ ปรารถนา อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อันประเสริฐ ซึ่งยากที่มนุษย์ธรรมดาจะกล้าคิดกล้าทำ
ทันทีที่ พระราชาบรมโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นผมหงอกบนฝ่าพระหัตถ์ ทรงสลดพระทัยพลางสอนตนเองว่า "ดูก่อนเจ้าสุสีมะ บัดนี้เวลาของชีวิตเจ้าล่วงเลยมามากแล้ว การอยู่ครองเรือนตกอยู่ในอำนาจของกิเลสอาสวะเช่นนี้ ไม่ใช่ทางรอดของชีวิต การบรรพชามุ่งทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นเท่านั้น เป็นทางรอดจากสังสารวัฏได้ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องประพฤติพรหมจรรย์แล้ว"