วันนั้น ผมนั่งสมาธิตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อนำนั่ง ผมประทับใจน้ำเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อมากครับ เพราะฟังแล้วนุ่มนวล อบอุ่น ให้ความรู้สึกปลอดภัย และทรงพลัง ฟังเพลินอย่างไร้ความคิดในสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น ผมจัดท่านั่งสบายๆ วางใจเบาๆ ไม่คิดอะไร ตัวก็เบา โล่ง โปร่ง สบาย ขยาย สว่าง สามารถรวมใจที่ศูนย์กลางกายได้ แล้วสักครู่ ก็มีองค์พระแก้วใสผุดที่ศูนย์กลางกาย
ปกติการเล่นแบดมินตัน เราจะต้องคิดอะไรมากมาย ต้องตีลูกอย่างนี้ หยอดอย่างนี้ ตีอย่างไรให้หลอกคู่ต่อสู้ให้หัวปั่นเดาใจไม่ถูก แต่วันนั้นลูกเล่นโดยปราศจากความคิด ด้วยเทคนิคจากการนั่งสมาธิ เล่นโดยไม่คิดอะไร ไม่คิดว่า คนกำลังดู คนกำลังเชียร์ หรือคนกำลังโห่ ไม่คิดว่า แพ้หรือชนะ
คนอื่นๆก็รู้ว่า ดิฉันฝึกสมาธิ นักเรียนของดิฉันบอกว่า “ทำไมคุณดูมีความสุขตลอดเวลา ไม่โกรธ ไม่ดุ มีความรักให้กับทุกคน ใจเย็นมากๆและไม่ปล่อยให้อะไรมากวนใจเลย” ดิฉันต้องการแบ่งปันความจริงที่ว่า การทำสมาธิเพื่อการเข้าถึงพระธรรมกายได้มอบยานพาหนะที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน และพาแล่นไปสู่ความสุขภายใน รวมทั้งได้มอบทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิตอีกด้วย
ไม่น่าเชื่อว่า น้องแพรตั้งใจมาอบรมในครั้งนี้ด้วยตนเอง ทั้งยังยืนยันหนักแน่นด้วยเจตนาที่แน่วแน่ ไม่หวั่นไหวกับการถือศีล8 ไม่ทานอาหารเย็น แม้จะเป็นครั้งแรกที่ต้องจากบ้าน น้องแพรก็ไม่ร้องไห้
พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ...ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สันติภาพโลกจะเกิดขึ้นได้ แต่ลึกๆแล้วผมก็หวังให้มีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ผมว่า การสร้างวิหารคดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อจะให้คนหนึ่งล้านคนมานั่งสมาธิด้วยกัน เมื่อทำสำเร็จจะเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากครับ