ท่องสวรรค์ ตอน ยักษ์ใจดี ได้ฟังคุณครูไม่ใหญ่เล่าธรรมะ ในรายการธรรมะเพื่อประชาชน ถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ AM 1521 ตอน ท่องสวรรค์เอาไว้ว่า...
ตายแล้ว ไปอยู่กันคนละภพภูมิ เมื่อมาเจอกันจะจำกันได้หรือไม่ อย่างไร
สามเณรได้ฟังความในใจและรับรู้ถึงความปรารถนาอัน บริสุทธิ์ของโยมมารดา ก็เกิดความสลดสังเวชใจที่ตนต้องตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส จึงกลับได้สติมีหิริโอตตัปปะ รีบบอกโยมแม่ว่า "สามเณรไม่สึกแล้ว จะขอบวชตลอดชีวิต"
รุกขเทวา คือ เทพที่สิงสถิตย์อยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ เป็นทิพยวิมานที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ ส่วนมาก วิมานอยู่บนต้นไม้ใหญ่ มีใบดกหนา หากถูกมนุษย์ไปตัดทำลาย หรือถูกภัยธรรมชาติพัดทำลาย วิมานก็จะถูกทำลายไปด้วย รุกขเทวาก็ต้องไปแสวงหาวิมานใหม่
ในพระไตรปิฎกมีหลักฐานบันทึกไว้มากมายว่า นรก-สวรรค์มีจริง แต่ทำไมคนจำนวนไม่น้อยยังสงสัยว่านรก-สวรรค์มีจริงหรือไม่?
ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลไม่มีหวังสิ่งตอบแทนในทาน แต่ก็ให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า การให้ทานเป็นการกระทำที่ดี แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราก็ไม่ควรทำให้เสียประเพณี เขาผู้นั้นให้ทานด้วยอาการอย่างนี้แล้ว เมื่อทำกาลกิริยาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาในสวรรค์ชั้นยามา
เทวดายังมีชั้น จึงไม่แปลกที่มนุษย์มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ต้องไปแก้ที่เทวดาก่อน ถ้าแก้เทวดาไม่ตก มนุษย์ก็ยังมีชนชั้น ที่เทวดามีชั้นเพราะมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปไม่เท่ากัน
ผลแห่งบุญและบาปที่เราเคยกระทำไว้ในตอนที่ยังมีชีวิต จะเป็นปัจจัยหลักที่จะนำเราไปเกิดในสุคติหรือทุคติ
การดูแลปรนนิบัติบุพการีเป็นหน้าที่ที่บุตรทุกๆคนควรกระทำ เพราะจะได้บุญใหญ่ติดตามตัวไปข้ามภพข้ามชาติ
คุณพ่อไม่ค่อยเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ แต่ก็ทำบุญทอดกฐินผ้าป่าตามวัดต่างๆ เคยสร้างองค์พระให้ลูกชาย ๑ องค์ ปัจจุบันท่านยังดื่มเหล้าสูบบุหรี่อยู่