ตอนที่ลูกตั้งท้อง พอครบกำหนดคลอด สามีบอกให้ผ่าออกดีกว่า สบายกว่า ลูกจึงตกลงผ่า แต่หลังผ่าแล้วก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิด คือ ลูกเป็นตะคิวในท้องและที่ขาอยู่เป็นประจำ หลังก็แข็ง
ลูกเป็นอุบาสิกา เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยงานอยู่ที่วัด แต่ในความรู้สึกของลูกคิดว่า ถ้าลูกได้เกิดเป็นผู้ชาย ลูกจะบวชเป็นพระ และจะได้ช่วยงานพระพุทธศาสนาได้มากกว่านี้
ทันทีที่ลูกได้สบตากับหญิงสาวแสนสวยคนนั้น หัวใจของลูกก็ถึงกับอ่อนระทวยปวกเปียก จนร่างกายของลูกแทบจะไม่สามารถบังคับม้าต่อไปได้
บุพกรรมใดลูกชายจึงเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก มักจามบ่อย นํ้ามูกไหล เขาเรียนหนังสือค่อนข้างเก่ง แต่ดื้อมากๆ ไม่ค่อยอยู่นิ่ง แม้กระทั่งมาทำบุญที่วัด
ครั้งหนึ่งศีรษะของแฝดพี่ถูกกระแทกอย่างแรง ลูกกลัวว่าจะมีเลือดออกในสมอง เพราะแฝดพี่เป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ ถ้าเลือดออกแล้วเลือดก็จะไหลไม่หยุด จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
คุณป้าท่านหนึ่งเป็นเพื่อนกัลยาณมิตรของลูก ท่านมีปัญหาเรื่องดวงตาทั้ง ๒ ข้างเป็นต้อหินเป็นมาหลายปี เคยไปหาหมอหมอก็ถามว่า มีลูกไหม ถ้ามีก็ให้ไปอยู่กับลูกพูดคล้ายกับว่า ตาต้องบอดแน่นอน แต่คุณป้ามากราบคุณยาย* คุณยายบอกว่า ให้นั่งสมาธิมากๆ และสวดมนต์ ยายจะช่วย คุณป้าก็ทำตามและสร้างบุญมาตลอด ปัจจุบันดีขึ้นมากตาไม่บอดเหมือนที่หมอบอก
คุณแม่เป็นลูกกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เล็กและป่วยเป็นโรคตา มีอาการตามัว มองภาพไม่ชัดเจน คุณหมอบอกว่า เป็นต้อหิน ต่อมาเป็นต้อกระจก ต้องผ่าตัด ต่อมาประสาทตาจอตาอักเสบ ต้องผ่าตัดใหญ่อีก ๑ ครั้ง ขณะที่ผ่าตัด ยาชาเข้าไปไม่ถึงทำ ให้คุณแม่รู้ตัวตลอดเวลาว่าตัวเองเจ็บ
แม่ของลูกป่วยเดินไม่ได้ ไม่มีแรง นิ้วมือนิ้วเท้าหงิก แม่ไปรักษากับหมอไสยเวท โดยใช้เหล็กแดงๆ ตั้งไว้บนเตาถ่าน ใช้เท้าจุ่มน้ำมันแล้วหมอก็เหยียบไปที่เหล็กแดงๆ ที่กำลังร้อนแล้วก็มาเหยียบที่ร่างของแม่ ทำอย่างนี้อยู่ ๑ อาทิตย์ อาการของแม่ก็หายเป็นปกติ
ลูกมีชีวิตในวัยเด็กที่ลำบาก เพราะเกิดในครอบครัวยากจน มีบ้านก็ถูกไฟไหม้จนไม่มีที่จะอยู่ แต่ลูกก็โชคดีมากๆ ที่ได้สามีที่ดีมากแล้วก็โชคดีที่ได้มาเจอธุรกิจที่เป็นธุรกิจที่ดีที่สุดด้วย ทำงานจนประสบความสำเร็จสูงสุด
ช่วงที่ดอกซากุระบานนี้เป็นช่วงที่ใครๆก็ชื่นชม แต่สำหรับลูก กลับเป็นช่วงที่ทรมานมากที่สุด เพราะว่า ‘ละอองเกสรดอกไม้นานาชนิด’ ฟุ้งกระจายในอากาศตลอดฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ลูกมีอาการคันจมูก คันตา คันคอ