ภาระและหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ซึ่งก็คือการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังรอคอยท่านอยู่ในภพชาติเบื้องหน้า
เมื่อพระอชิตะได้รับพุทธพยากรณ์ในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากพระบรมศาสดาแล้ว ความปลื้มปีติโสมนัสอย่างหาที่สุดมิได้ ก็พลันบังเกิดขึ้น
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพุทธพยากรณ์แก่พระอชิตะว่า “ท่านอชิตภิกษุรูปนี้ จักได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
การพยากรณ์ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์จะต้องทรงกระทำ
ในกาลสมัยของพระสุชาตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา ได้ลงมาบังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ปกครองทวีปทั้งสี่
พระสุชาตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตรในครั้งที่สาม เพื่อโปรดพุทธบิดา ได้มีผู้บรรลุธรรมเพิ่มขึ้นอีกหกล้านคน
เมื่อพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นเหตุการณ์ในอนาคตแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงประทานพุทธพยากรณ์แก่สุรุจิพราหมณ์ ในกาลนั้นเอง
ก่อนได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ต้องสละชีวิตและอวัยวะมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หากเปรียบศีรษะที่ทรงสละไป ก็มากกว่าผลมะพร้าวในชมพูทวีป ดวงตาที่สละไปมากกว่าดวงดาวบนฟากฟ้า เลือดที่สะละไปมากกว่าน้ำในมหาสมุทร เนื้อที่สละไปมากมายกว่าพื้นดิน
โลกในยุคนั้น มีแต่สันติสุขและจะไม่มีการรบราฆ่าฟันกันเลย เพราะผู้คนในยุคนั้น จะมีศีลธรรมประจำใจ
ครั้นแล้ว ท่านอชิตภิกษุก็ได้ลุกขึ้นไปยืนอยู่กลางแจ้ง จากนั้นก็ได้มองขึ้นไปบนอากาศ แล้วกระทำสัตยาธิษฐาน