ปัญหาการรับมือกับบุคคลากรลูกน้องเจ้าปัญหามีวิธีการดังนี้ 1.ต้องมองที่ตนเองก่อนมองที่ผู้บริหารก่อนว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหนตัวเราหรือเปล่า แล้วค่อยตัดที่ละปัญหา ต้องดูที่ตนเองก่อนว่า ว่ามีอัตราสูงเกินไปหรือเปล่า เพราะได้รับตำแหน่ง ได้รับอำนาจ อาจเกิดความหลงใหลในอำนาจ เกิดลืมตัวไหม ทำทุกอย่างตามอำเภอใจโดยไม่ฟังใครหรือเปล่า เป็นสิ่งแรกที่ต้องมองย้อนกลับมาดูตัวเราเอง
ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ล้วนมีทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีสลับกันไป การมองโลกในแง่ดี และเรียน
ความเสื่อมของมนตราอยู่ที่การไม่ทบทวน ความเสื่อมของเรือนอยู่ที่การไม่ซ่อมแซม ความเสื่อมของใจอยู่ที่การไม่ฝึกฝน เมื่อใจของเราเสื่อม ความคิด
ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ คืออิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ภิกษุนั้นแล เป็นผู้สำเร็จถึงที่สุด เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดา และมนุษย์ทั้งปวง
เมื่อพระอานนทเถระได้รับอนุมัติจากสงฆ์แล้ว จึงออกเดินทางพร้อมพระภิกษุอีก 500รูป มุ่งหน้าไปยังวัดโฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ซึ่งเป็นที่พำนักของพระฉันนะ ครั้นพระฉันนะรู้ว่า พระอานนทเถระมาเยี่ยม จึงรีบเข้าไปหา ไหว้พระเถระด้วยความนอบน้อม เพราะรู้ว่าฐานะตำแหน่งทางโลกนั้น พระอานนท์เป็นพระอนุชา เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ส่วนตนเป็นเพียงข้าทาสคนรับใช้ จึงมีความยำเกรงพระอานนท์เป็นพิเศษ
แต่ที่แน่ๆการบวชครั้งนี้ จะปิดอบายให้กับตัวเอง เพราะจะได้รู้และปฏิบัติให้เข้าถึงการเป็นพระแท้ เป็นส่วนหนึ่งของการต่ออายุพระพุทธศาสนาให้สืบไปด้วยตัวของเรา รวมถึงบุญบวชที่จะมีต่อบุพการีผู้ให้กายเนื้อแก่เราครับ รีบมารายงานตัวบวชเป็นพระพี่เลี้ยง เพื่อเป็นการเติมบุญให้กับตัวเองและคนที่คุณรักครับ
พระพุทธองค์จึงรับสั่งให้ประชุมสงฆ์และสอบถามพระฉันนะว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ เมื่อท่านยอมรับว่าจริง จึงตรัสเตือนว่า "ดูก่อนโมฆบุรุษ เธอกระทำไม่เหมาะสม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ทำไมเมื่อเธอถูกภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวโดยธรรม จึงทำตัวให้เป็นผู้ที่ใครๆว่ากล่าวไม่ได้
ครั้นเวลาเช้า พระภิกษุสงฆ์มีพระเถระทั้งสองเป็นประมุข ได้ออกบิณฑบาตไปตามถนน แล้วมาพักฉันภัตตาหารที่บ้านของนางนันทมารดาซึ่งได้จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เมื่ออังคาสภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำสำราญแล้ว นางก็เข้าไปนั่งสนทนา เล่าเรื่องที่ได้สนทนากับท้าวเวสสวัณเมื่อรุ่งอรุณให้พระเถระทั้งสองฟัง
เธอป่วยเป็นมะเร็ง แพทย์บอกว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกเพียงไม่เกิน 6 เดือน จากการได้อ่านข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง จากโรงพยาบาล เธอจึงได้มาปฏิบัติธรรมที่ธุดงคสถานล้านนา เธอรักษาตัวเองด้วยการ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ควบคู่ไปกับการักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ปรากฏว่า เธอมีชีวิตต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 4 ปีกว่าแล้ว …ผลแห่งบุญช่วยต่อชีวิตให้เธอ จริงหรือ
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเน้นให้พระภิกษุสงฆ์มุ่งแสวงหาความสงบวิเวก แสวงหาความบริสุทธิ์ เพื่อที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง เมื่อแจ้งแล้ว จะได้เป็นแสงสว่างต่อไป ไม่ทรงให้หลงใหลในลาภสักการะ ซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอก ไม่ใช่สาระแก่นสารที่แท้จริง แก่นสารที่แท้จริง คือ ต้องทำพระนิพพานให้แจ้ง ต้องให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต