จากนั้นครอบครัวของลูกได้กลับไปเมืองไทย พระอาจารย์ ท่านบอกให้ยูเลียรักษาดวงแก้วไว้ให้ดี และเข้าไปในดวงแก้วนี้ให้ได้ ต่อมายูเลียก็เล่าว่า “คุณแม่ขา ลูกแก้วแปลงร่างเป็นองค์พระแล้วค่ะ มีองค์พระมุดออกมาจากลูกแก้ว อยู่ในท้องของหนูองค์ใหญ่มากค่ะ” ลูกถามว่า “ใหญ่แค่ไหนลูก” เธอตอบว่า “ใหญ่เท่ากับตึก 4 ชั้นค่ะแม่” ลูกเป็นอึ้งค่ะ องค์พระขนาดเท่าตึก 4 ชั้นไปอยู่ในกลางท้องเล็กๆของเธอได้อย่างไร
สักครู่ ก็ได้ยินเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเทศน์ว่า “ใครที่เจ็บไข้ได้ป่วยหนัก ให้นึกขยายองค์พระให้ขับไล่โรคร้ายไข้เจ็บออกไปทุกอณูเนื้อทุกขุมขน จิตใจอย่าไปเกาะเกี่ยวอยู่กับลูกหลาน เดี๋ยวจะไปไม่ไกลเป็นจิ้งจกตุ๊กแกที่บ้าน”
ชาวต่างชาติอยากจะให้ญาติมิตรได้เข้าใจถึงเรื่องทานบารมี ควรจะทำอย่างไร? จีวรของพระสงฆ์จะต้องเป็นสีเหลืองหรือสีกลักเสมอไปหรือไม่?
จึงปล่อยใจให้โล่งๆ แล้วอยู่ๆมันก็วูบไปอีก เหมือนกับโดนดูด ตกลงไปในหลุมอะไรสักอย่าง ที่สว่างมาก จนมองเห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่กลางท้อง ตอนแรกยังไม่ชัดเจน พอทำใจเฉยๆภาพองค์พระก็ชัดเจนขึ้น องค์พระใสแจ๋วเลยเจ้าค่ะ ในท้องเราไม่มีอะไรเลย มีแต่องค์พระ มีแต่ความใสอยู่ในนั้น ลูกมีความสุขมาก แล้วน้ำตาเย็นๆก็ไหลออกมาเอง
หากมองอุปนิสัย ชาวบังคลาเทศนับว่าเป็นคนโอบอ้อมอารี ห่วงใยซึ่งกันและกัน ถ้ามีแขกมาเยี่ยม เจ้าของบ้านจะต้อนรับด้วยน้ำใสใจจริง แถมจะไม่ยอมให้กลับวันนั้น ต้องชักชวนให้พักค้างต่อหลายๆวัน หากเป็นชาวพุทธจะพาแขกไปกราบพระประจำหมู่บ้านก่อนด้วย
ผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเป็นนักกีฬาระดับเหรียญทอง แต่อนิจจา...เธอถูกสามียิงจากด้านหลังทำให้เป็นอัมพาต จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 30ปีแล้ว...เธอถูกญาติของสามีกีดกันไม่ให้ได้พบกับลูกสาว แต่เมื่อได้พบกัน ลูกสาวเมื่อเห็นแม่เป็นอย่างนี้ กลับเหินห่าง ไม่อยากมาเยี่ยมเยียน...เธอต้องเป็นเช่นนี้ด้วยวิบากกรรมใด...และสำหรับผู้ที่เป็นอัมพาต ควรฝึกสมาธิอย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
ตอนลูกนั่งสมาธิ หลังจากหลับตาเบาๆผ่อนลมหายใจสบายๆไปสักครู่ ลูกก็รู้สึกว่าลมหายใจของลูกเย็นๆไปถึงกลางท้อง พอลมหายใจไปสุดที่กลางท้องแล้ว ภายในท้องของลูกก็ว่างเป็นที่โล่งๆ ไม่มีอวัยวะภายในเลย แล้วลูกก็ถูกดูดลงไปด้านล่างอย่างน่ากลัว