ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ครองตนอันไม่ขาดจากแก่นสาร ไม่ถูกประหารจากคุณธรรม เป็นผู้ไม่มีโทษ ผู้รู้ไม่ติเตียน และได้บุญมากด้วยธรรม ๓ ประการคืออะไรบ้าง คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล เป็นบัณฑิต
คำถาม : การทำให้บุพการีเสียน้ำตาควรแก้ไขอย่างไร ?
พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ ใครเล่าจะรู้ว่า ความตายจะมีในวันพรุ่ง เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่ ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน นั้นว่าผู้มีราตรีเดียวเจริญ
คนมีบุญมาก จะปกครองคนมีบุญน้อยทุกอย่างต้องอาศัยบุญอย่างเดียวมนุษย์เป็นเพียงหุ่นต้องพยายามหาบุญให้มากๆเอาบุญประคองทุกอย่างไม่เช่นนั้นก็อยู่อย่างมีความสุขไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างบริบูรณ์อย่างนี้เพราะยายนึกถึงบุญ นั่งธรรมะเอาสมบัติตามคนให้มาช่วยอยู่เรื่อยๆ ให้ได้คนดีๆ มาช่วยงานพวกเรมนั่งธรรมะต้องนึกถึงบุญ
วันนี้มีคำถามจากคุณโยมท่านหนึ่งมาว่า บุญที่เรามีอยู่แล้วจะมีวันหมดไหมค่ะ
คำถาม : เจริญพร วันนี้มีคำถามจากคุณโยมท่านหนึ่งถามเข้ามาว่า ทำอย่างไร เราจะอยู่ในสังคมโดยที่ไม่กวนใจใครและไม่มีใครมากวนครับ
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงต้องตาย เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด สัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลแห่งบุญและบาป คือ ผู้มีกรรมเป็นบาปจักไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญจักไปสู่สุคติ เพราะฉะนั้น พึงทำกรรมงามอันจะนำไปสู่สัมปรายภพ สั่งสมไว้ บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้ผลแห่งการจำแนกทานเหมือนอย่างที่เรารู้ไซร้ สัตว์ทั้งหลายยังไม่ให้แล้วจะไม่พึงบริโภค อนึ่ง ความตระหนี่อันเป็นมลทินจะไม่พึงครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่รู้ผลแห่งการจำแนกทานเหมือนอย่างที่เรารู้ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงไม่ให้ แล้วบริโภคเสียเอง อนึ่ง ความตระหนี่อันเป็นมลทินจึงยังครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้น
บุญทั้งหลาย เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลายในปรโลก
ใครจะคิดบ้างว่า.. คนธรรมดา ๆ จะสามารถเป็นสุดยอดมนุษย์หรือยอดคนได้ แม้แต่ยาจก วณิพก หรือผู้ไม่มี อะไรเลย ก็สามารถก้าวสู่ความเป็นยอดคนผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้.. ถ้าเขามานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม และทำ 2 สิ่งนี้