บรรยากาศคึกคักในวันแรกของการมารายงานตัว (19 มกราคม พ.ศ.2553) ตามวัดต่างๆทั่วไทย ทำให้ผู้คนทุกพื้นที่เกิดความตื่นตัวกระแสการบวชพระแสนรูปกันอย่างกว้างขวาง พิธีแห่นาค และพิธีปลงผมที่จัดขึ้นในหลายๆพื้นที่ ทำให้ผู้ที่พบเห็นโดยเฉพาะชายแมนแมนตัดสินใจสมัครบวชกันในวันนั้นเลย ซึ่งตอนนี้ก็นับถอยหลังเหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น สำหรับบุญอัศจรรย์จากการตามผู้มีบุญมาบวช
ตอนนี้คำว่า “เราทำได้” ได้ดังกึกก้องอยู่ในหัวใจของลูกพระธัมฯ พันธุ์แท้ทุกๆ คน เพราะทุกคนมีเป้าหมายที่ว่า “เราจะต้องเป็นทองแผ่นเดียวกับคุณครูไม่ใหญ่ให้ได้” ถึงแม้ว่าช่วงนี้ท้องฟ้าจะแปรปรวน แต่หัวใจของลูกพระธัมฯทุกคนก็ไม่ได้ปรวนแปรไปตามดินฟ้าอากาศแต่อย่างไร ทุกคนยังคงมีใจรักมั่นในคุณครูไม่ใหญ่ และจะร่วมกันสถาปนาอาคาร 100 ปีคุณยายให้สำเร็จให้ได้ภายใน วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
ลูกพระธัมฯภาคตะวันออก ที่ตอนนี้ได้สวมหัวใจแผ่นทองกันแบบยกภาค โดยถึงกับตั้งเป้าไว้ว่าจะจัดสัมมนาชวนคนทำบุญกฐินคุณยาย ให้ครบทุกจังหวัดทั่วทั้งภาคตะวันออก
เพราะเป็นเรื่องการสืบอายุพระพุทธศาสนา และเป็นบุญใหญ่เป็นบุญที่เราจะต้องช่วยกัน ถ้าขาดพระแล้วเราก็ขาดศาสนทายาท คนจะรู้ธรรมะกันน้อย คนจะเข้าวัดน้อย จะบวชน้อย แล้วพระศาสนาจะหายไป
จากนั้นหลังจากคณะสงฆ์ได้ฉันเพลแล้ว ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯท่านเมตตาเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นของถนนพุทธวิถี ซึ่งห่างจากวัดไปอีกประมาณ 300 เมตรต่อในทันทีครับ ท่ามกลางความปีติเบิกบานของพี่น้องชาวดอยทุกคนครับ
เรื่องราวการฟื้นฟูศีลธรรมโลก โดยการนำธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขยาย ไปสู่ชาวเขา อำเภออมก๋อย ซึ่งทำให้มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่น ชาวเขาเลิกนับถือผี หันมาสร้างวัด เป็นต้น
เขาเล่าให้ฟังว่า เพียงแค่เขาเห็นรูปของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ไม่รู้มีอะไรมาดลจิตดลใจให้มีความรู้สึกอยากที่จะมาร่วมงานในครั้งนี้อย่างอัศจรรย์ใจ และการไปทำหน้าที่ในครั้งนี้ ล้วนเป็นเหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อบอกว่า “เขาคอยเราอยู่ ขอเพียงแค่เราไปหาเขาเท่านั้นเอง” มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
วัดฝอกวงซัน ปฐมเจ้าอาวาสวัดฝอกวงซัน คือ พระธรรมาจารย์ซิงหวิน ได้เคยเดินทางมาวัดพระธรรมกายและเซ็นสัญญาเป็นวัดพี่วัดน้องกับคุณครูไม่ใหญ่ ในวันมาฆบูชาปีพ.ศ.2537 ปัจจุบันเป็นวัดที่มีความสามารถในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้ผลดีที่สุดในไต้หวัน มีนักบวช 1,200รูป
ชาวปวาเก่อญอ ดีใจกันมากครับ “ห้อยแล้วรวย” ภาษาปวาเก่อญอ คือ “ลีโกโปะลี แกโด้ะ แกทอ” ครับ และทุกคนที่ได้ฟังเพลง ตะวันบนดอย ที่เปิดในงานกล่าวว่า เพลงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเมตตาประพันธ์นั้น ไพเราะมากครับ เข้าใจในเนื้อหาครับ และดีใจเป็นพิเศษที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเมตตากล่าวโอวาทเปิดงานเป็นภาษาปวาเก่อญอ พี่น้องชาวปวาเก่อญอ กล่าวว่า สามารถเข้าใจโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ดีครับ