พระธรรมทายาท รุ่นบูชาธรรม 66 ปี พระราชภาวนาวิสุทธิ์
อุบาสิกาแก้วฐิติรัตน์ คงกะเรียน
คนที่ถูกนินทาหรือถูกสรรเสริญ เพียงอย่างเดียวในโลกนี้ไม่มีเลย แม้แต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ก็ยังมีทั้งคนนินทาและสรรเสริญ พระจันทร์และพระอาทิตย์ แม้ส่องสว่างให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายบนพื้นโลก บางครั้งได้รับการสรรเสริญ บางครั้งถูกนินทา
ผมทบทวนกายจนไม่อยากนับว่าได้กี่ร้อยรอบไปแล้ว และสามารถย่อขยายองค์พระ จะให้เล็กเท่าปลายเข็มแล้วขยายใหญ่ไปเท่าไหร่ก็ได้ตามใจปรารถนา
ก่อนที่เส้นทางชีวิต จะเดินทางมาพบวัดพระธรรมกาย เริ่มจากนิสัยของลูกในวัยเด็ก ที่ชอบสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ชอบแอบนั่งสมาธิตั้งแต่อายุ 7-8ปี จากการชอบนั่งสมาธิทำให้ลูกมีผลการเรียนดีมาตลอด จนจบปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา มศว.ประสานมิตร ด้วยเกรดเฉลี่ย3.91 เป็นที่หนึ่งของรุ่น อีกทั้งมักได้รับเลือกให้เป็นผู้นำมาตลอด แต่พอมาดู DMC ลูกจึงทราบว่า ลูกยังไม่เคยเรียนรู้ความจริงของชีวิตเลย
แม้ดวงตาภายนอกจะมืดบอด แต่ตาภายใน คือ ธรรมจักษุของท่านนั้น สว่างไสวยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน เป็นแสงสว่างที่นำมาซึ่งความสุข ความบริสุทธิ์ และความรู้แจ้งในธรรมทั้งหลาย แทงตลอดในนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ อีกทั้งในพรรษานั้น ท่านยังได้สั่งสอนลูกศิษย์และพุทธบริษัทให้ได้บรรลุธรรมกันมากมาย
นึกให้เห็นดวงให้ได้ ถ้าใครหยุดใจได้จะปรากฏเป็นดวงใสแจ่มโตเท่ากับแก้วตา ขยายขึ้นโตก็เท่ากับ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ใสสะอาดเหมือนเพชรไม่มีขนแมว โตเท่ากับแก้วตา นี่เป็นคำพูดของหลวงพ่อ พวกผมจำกันได้ ท่านจะพูดอย่างนี้เสมอๆและทำให้เราอยากปฏิบัติธรรม ผมก็ฝึกอย่างนี้
นั่งไปนานๆ องค์พระก็เริ่มเป็นอย่างที่ใจลูกนึก นึกให้ท่านขยายใหญ่กว่าตัวเรา ขยายใหญ่ขึ้นเท่าภูเขาก็ได้ นึกให้ท่านย่อเล็กลงมา ใหญ่กว่าตัว เท่าตัว เท่าแตงโม เท่าส้มโอ จนกระทั่งเล็กสุดเท่ามดเล็กๆ มองดูใสเหมือนเพชร แล้วองค์พระเล็กนิดเดียวก็ค่อยๆ สว่าง มากขึ้นๆ จนเท่ากับพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน แต่รู้สึกมองแล้วไม่แสบตาเลยค่ะ