“คืออย่างนี้พระเจ้าค่ะ... วานนี้พระองค์เพียงแต่รับสั่งให้ฟั่นเชือกทรายมาถวายเส้นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ทรงกำหนดขนาดให้แน่ชัด ว่าจะให้ฟั่นกี่เกลียว และฟั่นในลักษณะใด พวกข้าพระบาทต่างก็ไม่แน่ใจ จึงกลับมาทูลถามขนาดและรูปแบบให้แน่ชัด เพื่อจะได้ทำมาถวายให้ถูกต้องตามพระประสงค์ ดังนั้น ขอพระองค์ทรงโปรดพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าให้พวกข้าพระพุทธเจ้านำไปดู เป็นตัวอย่างสักคืบหนึ่งก็เพียงพอแล้ว พระเจ้าข้า”
พระราชาทรงปรารถนาจะเล่นชิงช้าพรวนทราย คือ ชิงช้าห้อยที่ทำด้วยเม็ดทรายเนื้อละเอียด ท้าวเธอทรงอ้างเหตุว่า ก่อนนั้นภายในพระราชสำนักเคยมีชิงช้าพรวนทรายอยู่อันหนึ่ง แต่บัดนี้เชือกทรายเส้นเก่าที่ใช้มานาน ก็เริ่มผุขาดลง พระองค์จึงต้องการให้ชาวปาจีนยวมัชฌคามได้ช่วยกันฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาทำเป็นสายชิงช้า
เมื่อชายง่อยได้เข้าเฝ้าพระราชาเพียงลําพัง พระองค์ตรัสถามชายง่อยว่า "ในราชสำนักของเรา มีปุโรหิตปากกล้าคนหนึ่ง เจ้าสามารถทำให้เขาหยุดพูดได้ไหม" ชายง่อยกราบทูลว่า "ถ้าได้มูลแพะประมาณทะนานหนึ่ง ข้าพระองค์ก็สามารถทำได้พระเจ้าข้า"
ครอบครัวชาวจีน...หญิงคนหนึ่ง ต้องแต่งงานแบบคลุมถุงชน แต่แล้วก็ต้องมารับใช้แม่สามี ต้องทำงานหนัก แต่เธอก็สู้อดทน ด้วยมีปณิธานว่า ลูกผู้หญิงชีวิตหนึ่งควรแต่งงานครั้งเดียว...ต่อมา เมื่อลูกๆคนอื่นๆได้แยกครอบครัวออกไป เธออยู่กับลูกสาวคนที่สี่ ลูกสาวคนนี้มักจะทำไม่ดีกับเธอทั้งด้วยคำพูด และการกระทำ จนเธอคิดว่า ลูกสาวคนนี้ คือ ไก่ที่เธอเคยฆ่า กลับมาเกิดเพื่อล้างแค้น
การเลือกคบคนของมโหสถในครั้งนั้น คือ เลือกสุภาพสตรีที่จะมาเป็นคู่ครอง ปกติของบัณฑิตนั้น ท่านรักกันที่ความดี เอาความดีนำหน้า การจะแต่งงานกัน ต้องศึกษาอัธยาศัยของกันและกันก่อน
การที่เอาความรักไปวางไว้ที่ความดี จะทำให้ความรักนั้นยืนนาน ความรัก อย่างนี้จะหมดไปต่อเมื่อคู่ครองหมดความดี คนที่มีอัธยาศัยดี แม้ชีวิตร่างกายจะแตกดับเป็นเถ้าผงธุลีไปแล้ว ความดีก็ยังไม่หมด เมื่อความดียังไม่หมดความรักก็ยังคงอยู่ แต่หากเอาความดีไปไว้ตรงที่ความรัก ความยืนยาวของความรักชนิดนี้มีน้อยนิด เพราะรักกับชังอยู่ใกล้กันมาก
ผู้หญิงคนหนึ่ง เล่าให้เพื่อนของเธอฟังว่า เธอมีประสบการณ์ที่แปลกประหลาด บางครั้งก็ถอดจิตออกจากร่างไปบ้านของลูกศิษย์ เตือนให้ลูกศิษย์ตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมของตักบาตร, สามารถได้ยินเสียงของคนที่กำลังพูดโทรศัพท์ ซึ่งยืนอยู่ห่างจากตัวเธอได้, สามารถเห็นคนที่อยู่ในอีกห้องหนึ่งว่ากำลังทำอะไร เป็นต้น นอกจากนี้ เธอยังสามารถติดต่อกับเทวดาองค์หนึ่ง ให้มาบอกวิธีการรักษาโรคได้อีกด้วย...เรื่องราวนี้ เป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร
ไสยเวท ยังเป็นเรื่องลึกลับซึ่งยากจะพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่...ยายของเขา เป็นหมอพื้นบ้านรักษาโรคด้วยคาถา เช่น รักษาผู้ป่วยที่เป็นฝี, ต่อนิ้วที่ขาดได้ อีกทั้งท่านยังมีวิชาต่ออายุของคนได้อีกด้วย...และเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “เป็กตาเสือ” ซึ่งเล่าลือกันว่ามีกายสิทธิ์อยู่ภายใน...เรื่องเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ อย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
เศรษฐีนี้เข้าไปตัดทานวงศ์ของเรา เมื่อละโลกจักต้องไปเกิดในนรกโดยไม่ต้องสงสัย เราจะต้องลงไปปราบความเห็นผิด และทำเขาให้เป็นผู้ดำรงวงศ์ทาน ซึ่งเป็นอริยประเพณีอันดีงามของเราให้สืบต่อยาวนานที่สุด
บุคคลให้ทานไม่ได้เพราะเหตุผล ๒ ประการ คือ ความ ตระหนี่ และความประมาท บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทาน คนตระหนี่กลัวความอดอยากยากจน เพราะความกลัวจนนั่นแหละ จะเป็นภัยแก่ผู้ไม่ให้ และจะกลับมามีผลต่อคนพาลผู้หลงผิด ฉะนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดความตระหนี่แล้วรีบให้ทาน เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า