ครั้นพระปุณณะเดินทางมาถึง ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ตามลำพัง แล้วขอโอกาสลาไปนั่งปลีกวิเวกในป่าอันธวัน เมื่อพระสารีบุตรเถระทราบข่าวนั้น จึงรีบติดตามไป และได้สนทนาธรรมกับท่านว่า “ท่านผู้มีอายุ ท่านประพฤติพรหมจรรย์เพื่ออะไร” พระปุณณะตอบว่า “ประพฤติพรหมจรรย์เพื่ออนุปาทาปรินิพพาน”
ดิฉันมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าขึ้นมาเลยว่า ดิฉันจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการปฏิบัติธรรมอย่างแน่นอนค่ะ และดิฉันก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง ดิฉันมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีความกังวลใจอะไรเลย ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ได้เข้าร่วมโครงการ นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุดจริงๆค่ะ
ดิฉันได้พบ Landmark ของใจในทรงกลมนั้น โดยการนึกดวงอาทิตย์ขึ้นมาวางไว้ที่นั่น ทันใดนั้น ดิฉันก็ไม่ใช่ทรงกลมอีกต่อไป แต่พบแสงสว่างมากมายเปล่งประกายเจิดจ้า เป็นความรู้สึกที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ระหว่างดิฉันและจักรวาล การที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และสามารถเห็นใจกลางความสว่างภายใน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสีขาวสว่างจ้าภายในดวงอาทิตย์
Inner Peace หรือ สันติสุขภายใน เป็นสิ่งที่ขาดแคลนมากในประเทศเซ้าท์แอฟริกา โครงการ Peace for Africa ที่จุดประกายขึ้นโดยท่านเจ้าอาวาสธัมมชโย (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์) จากมูลนิธิธรรมกาย ประเทศไทย จะได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน กระผมมีความตั้งใจที่จะนำสาสน์สันติภาพนี้ ไปยังสื่อมวลชนในเซ้าท์แอฟริกาให้ทั่วถึง
เนื่องจากลูกเป็นครูสอนวิชา ART ลูกจึงสอนแบบ ART ART คือ บอกลูกศิษย์ว่าวันนี้เราจะมาสร้างมโนภาพเป็นภาพศิลปะกันนะ ให้ทุกคนค่อย ๆหลับตา แล้วนึกถึง The moon หรือ The sun ให้เป็นภาพที่กลางท้อง เหนือสะดือ 2นิ้วมือ ซึ่งตรงนี้เป็น Center of body ทุกคนก็ทำตามกันอย่างสนุกสนาน เพราะไม่เคยเรียนศิลปะแบบนี้มาก่อน แล้วลูกก็ถามว่า “ใครเห็นอะไรกันบ้าง”