การดำเนินชีวิตถ้าจะให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งด้านความสุขและความสำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลจิตใจของตัวเองให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ โดยการทำจิตให้เป็นสมาธิ สงบนิ่งควบคู่กันไปในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งปัจจุบันถ้าเราได้ศึกษาถึงวิถีแห่งความสงบและความสะอาดแห่งใจอย่างจริงจัง
สภาพลูกในตอนนั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มคนมีฐานะนะคะ แต่ฐานะที่ว่า ก็คือ ฐานะยากจน เพราะที่บ้านขายอาหารตามสั่ง มีรายได้ในระดับชักหน้าไม่ถึงหลัง จนไม่มีเงินเก็บกันเลย ด้วยเหตุนี้เอง พอลูกเรียนจบจึงต้องตะลอนๆไปสมัครเป็นสาวโรงงาน ในตำแหน่งฝ่ายบุคคล ซึ่งยอมรับว่างานหนักมากจนไม่มีเวลามาวัดเลยค่ะ และถ้าจะขอลามาวัด ก็ต้องโดนเม้าท์จากเพื่อนร่วมงานและโดนหัวหน้าว่าอีก
การฟังธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกชีวิตยิ่งกว่าความรู้ทางโลกที่ร่ำเรียนมา เพราะจะทำให้เกิดดวงปัญญาสว่างไสว สามารถพิจารณาเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ทำให้มีชีวิตอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยจากอบายภูมิ
เรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ว่ามีทั้งส่วนพระองค์ และที่เป็นประโยชน์แก่คนอื่น จึงเป็นผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความงดงาม เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณ ชื่อว่าชมเชยพระผู้นำ ผู้ทรงชนะมาร ล่วงเสียซึ่งเดียรถีย์ ครอบงำเดียรถีย์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความรุ่งเรือง เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าทำพระองค์ให้เป็นที่รักของหมู่ชน เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้น่ารักน่าชื่นชม เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ฉะนั้น
บางคนบอกว่า.. "ขอให้มีเงินเถิด จะทอดกฐินเมื่อไรก็ทอดได้" อีกทั้งยังบอกต่อว่า.. "เรารวยและมีศรัทธาจะกลัวอะไร ถ้าเราเตรียมปัจจัยและผ้าไตรไว้ให้มาก ๆ อย่างไรที่วัดเขาก็ต้องรับเราเป็นประธานกองกฐินอยู่ดี" แต่เชื่อไหม?...ความคิดเช่นนี้ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก!!!
อยากรวย ทําอย่างไรให้รวย ชี้ช่องรวย ให้อ่านวิธีรวยใน "ปฏิบัติการห้ามจน" แล้วคุณจะรู้ว่ารวยเพิ่มพูนได้ง่ายๆ ...
เราได้เป็นพระราชาสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในแว่นแคว้น ยินดียิ่งในกรรมของตน นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราโปรยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๘๐ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มียศอนันต์ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ด้วยอานุภาพแห่งพุทธบูชานั้น
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์อยู่อย่างนี้ ความกลัว ความครั่นคร้าม ความขนพองสยองเกล้า จักไม่มี
พระเจ้ามหาปนาทนั้นมีปราสาทล้วนแล้วไปด้วยทอง กว้าง ๑๖ ชั่วธนูตก สูง ๑ พันชั่วธนู และปราสาทนั้นมีพื้น ๗ ชั้น ประกอบไปด้วยธง สำเร็จด้วยแก้วมีสีเขียว มีนางฟ้อน ๖ พัน แบ่งออกเป็น ๗ พวก ฟ้อนรำอยู่ในปราสาทนั้น
ผู้ที่มาเกิดแล้ว จำจะต้องตายในโลกนี้ ย่อมทำกรรมใดไว้ คือ เป็นบุญและเป็นบาปทั้งสองประการ บุญและบาปนั้นแล เป็นสมบัติของเขา และเขาจะพาเอาบุญและบาปนั้นไปสู่ปรโลก บุญและบาปนั้น ย่อมจะติดตามตัวเขาไป ประดุจเงาติดตามตนไป ฉะนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลพึงบำเพ็ญบุญ สะสมกรรมดีไว้เป็นสมบัติในปรโลก เพราะว่า บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย