ต่อมา ในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ชาวแอฟริกาใต้จำนวนสิบกว่าล้านคน ก็ได้เห็นภาพที่งดงามของพระภิกษุสงฆ์ไทย ลงหนังสือพิมพ์ชื่อดังอีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์ “ดี เบอเกอร์” (ภาพที่ 9) ได้ลงตีพิมพ์บทความ ที่มาจากการสัมภาษณ์ พระครูปลัดภูเบศ ฌาณาภิญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในโอกาสที่ท่านและคณะได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศแอฟริกาใต้
พระกฤตสกล และ พระเกียรติศักดิ์ พระภิกษุ 2รูปจากวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย ได้มาถึงประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อปีที่แล้ว และเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ชาวเคปทาวน์ทุกคนได้มีชีวิตอยู่อย่างไม่เคร่งเครียด และมีจิตใจที่เป็นสุข ท่านกล่าวว่า “บ่อยครั้งที่ผู้คนในเคปทาวน์มักจะจ้องมองแสดงความสนใจมาที่ท่าน พวกเขามักแสดงท่าทีว่าอยากรู้จักว่า ท่านเป็นใคร และมาทำภารกิจอะไรที่นี่”
ศูนย์ปฏิบัติธรรมของเรา ตั้งอยู่ในทำเลที่ฟ้าคือฟ้า น้ำคือน้ำ เป็นเมืองที่มีแหลม Good Hope ที่นักเดินเรือชาวโปรตุเกส ได้มาค้นพบเมื่อกว่า 500ปีที่แล้ว เป็นเมืองที่มี ฮวงจุ้ย โดดเด่นมาก คือ หันหลังเข้าหาภูเขา Table Mountain หันหน้าเข้าหาน้ำทะเล ทำให้มั่งคั่ง และมั่นคง และ เคปทาวน์ จะมั่งคั่งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยอริยทรัพย์ เมื่อชาว เคปทาวน์ ได้มานั่งหลับตาทำสมาธิ
ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอด อายุพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ร่วมบุญใหญ่ “ทอดกฐินสามัคคี” ประจำปี 2567 ณ ทวีปแอฟริกา โดยมีวัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์ก และวัดพุทธเคปทาวน์
ร่วมอนุโมทนาบุญกับพี่น้องนักสร้างบารมีในต่างประเทศ กิจกรรมงานบุญของวัดพุทธเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ และวัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
แต่ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ ได้ปรากฏมีนิมิตหมายใหม่ เป็นอะไรที่ "อินเทรนด์" สุดๆ เพราะความแตกต่างที่พอกพูนสะสมมานับร้อยนับพันปี กำลังจะหลอมรวมเป็น "ความเหมือน" หนึ่งเดียว เพราะ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเคปทาวน์ เซ้าท์แอฟริกา ได้จัดปฏิบัติธรรมพิเศษ รวมผู้คนจากสามสีผิว จำนวนสิบกว่าคน แม้จะจิ๋วแต่ก็แจ๋ว
พระธรรมทูตสายต่างประเทศ ร่วมแสดงเจตนารมณ์แห่งความร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาในทวีปแอฟริกา
ดิฉันมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าขึ้นมาเลยว่า ดิฉันจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการปฏิบัติธรรมอย่างแน่นอนค่ะ และดิฉันก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง ดิฉันมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีความกังวลใจอะไรเลย ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ได้เข้าร่วมโครงการ นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุดจริงๆค่ะ
ดิฉันได้พบ Landmark ของใจในทรงกลมนั้น โดยการนึกดวงอาทิตย์ขึ้นมาวางไว้ที่นั่น ทันใดนั้น ดิฉันก็ไม่ใช่ทรงกลมอีกต่อไป แต่พบแสงสว่างมากมายเปล่งประกายเจิดจ้า เป็นความรู้สึกที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ระหว่างดิฉันและจักรวาล การที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และสามารถเห็นใจกลางความสว่างภายใน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสีขาวสว่างจ้าภายในดวงอาทิตย์
เมื่อผมทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายไปเรื่อยๆ ผมก็สามารถเห็นภาพนั้นเป็นสามมิติ แล้วมันก็ขยายไปได้ทุกทิศทางจนกลายเป็นทรงกลมในที่สุด จากนั้นทรงกลมก็ค่อยๆดูดผมเข้าไป จนรู้สึกว่าผมอยู่ที่ศูนย์กลางของทรงกลมนั้น แล้วมันก็ได้ขยายครอบคลุมทั้งร่างกายและใจของผมครับ