โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน หนึ่งแสนคน ตอน ทหารหญิงจักรพรรดิ...พร้อมรบ (กับข้าศึกภายใน)
พระบรมศาสดาซึ่งประทับอยู่ในพระคันธกุฎี ได้เห็นความตั้งใจจริงของนาง จึงแผ่พระรัศมีออกไป เหมือนประทับนั่งอยู่ต่อหน้า แล้วตรัสพระธรรมเทศนาว่า "ผู้ใดไม่เห็นธรรมอันยอดเยี่ยม พึงเป็นอยู่ 100ปี ความเป็นอยู่วันเดียวของผู้เห็นธรรมอันยอดเยี่ยม ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ของผู้นั้น"
หลวงพ่อครับ ตอนนี้ผมรู้แล้วครับว่า ทำไมจึงต้องมาเดินธุดงค์ ทำไมต้องมาทำภารกิจพิเศษ และผมก็เห็นแล้วครับว่า กิจกรรมของหลวงพ่อทุกกิจกรรมมันซูดหยอดจังหู้ครับ อยากให้ผู้ชายแมนๆ ทั่วประเทศได้มาลองพิสูจน์ด้วยตนเองว่าชีวิตของพระนั้นหรอยแค่ไหน
สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า รถราบ้านช่อง คนสัตว์สิ่งของ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เหมือนต้นไม้ที่เราเคยเห็นต้นเล็กๆ ไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขาออกดอกออกผล ให้ความสดชื่นแก่ทุกชีวิต แต่ไม่นาน ดอกไม้ที่ดูสวยสดงดงามเหล่านั้น ก็เหี่ยวแห้ง ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน
พระอุปัชฌาย์จึงเข้าฌานสมาบัติ อธิษฐานให้แผ่นดินแยกออกจากกัน แล้วนำไฟจากอเวจีมหานรกมาเพียงเล็กน้อย แค่เท่าแสงหิ่งห้อย มาใส่ที่กองไม้นั้น เพียงชั่วพริบตา กองไม้สดนั้นก็มอดไหม้หมด เหมือนจุดไฟเผาใบไม้แห้ง ฉะนั้น
พญานาคคิดต่อไปว่า "ถ้าเราจะบวชในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราก็จะได้อัตภาพกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง" จึงแปลงร่างเป็นชายหนุ่ม เข้าไปหาพระภิกษุเพื่อขอบรรพชา ภิกษุเหล่านั้นไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นพญานาคแปลงกายมา เห็นว่ามีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จึงอุปสมบทให้
คืนนั้น มีนายพรานคนหนึ่งเห็นท่าน คิดว่าเป็นเนื้อ พุ่งหอกออกไป หอกได้ปักทะลุอก ครั้นนายพรานเห็นว่าเป็นพระ ก็ตกใจรีบเข้าไปหา พระเถระตั้งสติใจไม่เคลื่อนจากฐานที่ตั้งของใจ ท่านขอให้นายพรานชักหอกออก แล้วเอาเกลียวหญ้าอุดปากแผลไว้ แม้เลือดจะไหลไม่หยุด แต่สภาวะใจของท่านยังคงสงบนิ่งไม่กระเพื่อม ท่านตั้งใจมั่นว่าจะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แม้ตายจะไม่ทิ้งธรรม
ทุกๆโครงการที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มีดำริจัดทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเผยแผ่ธรรมะ พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม หรือการเผยแพร่การนั่งสมาธิต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกศาสนาและเผ่าพันธุ์ ล้วนเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ต่อมวลมนุษยชาติ
มะเร็งลามจากต่อมน้ำเหลืองสู่ลำคอ แล้วลามต่อไปถึงปอด อันเป็นระยะสุดท้าย วินาทีนั้น...ลูกหวาดกลัวจนตัวสั่น หน้าซีดเหมือนไก่ถูกต้มสุก รู้สึกเคว้งคว้าง สับสน เหมือนหลงทางอยู่กลางป่าเพียงลำพัง หวั่นไหว หวาดกลัวมรณภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่ใครเล่าจะยอมตายจากลูกน้อยที่แสนรักแสนห่วงใย ตราบยังมีลมหายใจ ชีวิตย่อมมีความหวัง