พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย ได้มอบหมายให้พระภิกษุสงฆ์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยคณะกัลยาณมิตร นำข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม 2 จังหวัด 2,500 ครัวเรือน
คนพาลมีปัญญาทราม กระทำกรรมชั่วอยู่ ก็ไม่รู้สึกว่าได้ทำความชั่ว แต่เขาย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ ฉะนั้น
คนพาลกระทำกรรมอันลามกอยู่ ย่อมไม่รู้สึก บุคคลที่มีปัญญาทรามย่อมเดือดร้อน เพราะกรรมทั้งหลายอันเป็นของตน เหมือนบุคคลที่ถูกไฟไหม้แล้วฉะนั้น
บุพกรรมที่ทำให้โยมแม่ของลูกต้องมาป่วยเป็นโรคไต แล้วก็เสียชีวิตด้วยอาการสงบในขณะที่ตัวท่านมีอายุ 78 ปีนั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะวิบากกรรมที่โยมแม่ของลูกได้เคยเรียกเก็บเงินกู้ดอกโหดจากชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในหลายภพหลายชาติก่อนๆ นู้นได้ช่องตามมาส่งผล
ถึงแม้ว่าพระราชโอรสและท่านมหาเสนาบดีจะคลี่คลายคดีความที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พวกชาวบ้านตาดำๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้น พระราชโอรสก็ยังทรงเป็นห่วงและรู้สึกไม่วางพระทัยในสถานการณ์ที่พร้อมจะบานปลายได้อยู่เสมอ ที่พระองค์ทรงมีความรู้สึกกังวลพระทัยเช่นนี้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ....
บุคคลผู้ทำบาปย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้น ย่อมเดือดร้อนว่า บาปอกุศลเราทำไว้แล้ว บุคคลผู้ทำบาปนั้น ไปสู่ทุคติแล้ว ย่อมเดือดร้อนอย่างยิ่ง
ท่านพึงบอกชนเหล่าอื่นที่มาสู่ที่นี่ว่า ท่านทั้งหลายจงทำบุญเถิด ท่านทั้งหลายจะได้รับความสุข ดิฉันได้เห็นเปรตทั้งหลายผู้ไม่ได้ทำความดี กำลังเดือดร้อนอยู่ฉันใด มนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น หมู่สัตว์คือเทวดาและมนุษย์กระทำกรรมอันมีสุขเป็นวิบากแล้ว ย่อมเป็นผู้ดำรงอยู่ในความสุข
คนโกรธมีผิวพรรณทราม ย่อมนอนเป็นทุกข์ ถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว กลับปฏิบัติสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์ ทำปาณาติบาตด้วยกาย และวาจา ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์ ผู้มัวเมาเพราะความโกรธ ย่อมถึงความไม่มียศ ญาติมิตรและสหาย ย่อมเว้นคนโกรธเสียห่างไกล คนผู้โกรธย่อมไม่รู้จักความเจริญ ทำจิตให้กำเริบ ภัยที่เกิดมาจากภายในนั้น คนผู้โกรธย่อมไม่รู้สึก คนโกรธย่อมไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม ความโกรธย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น คนผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
บุคคลทำกรรมใดแล้ว เดือดร้อนใจภายหลัง มีหน้านองด้วยน้ำตาร้องไห้อยู่ เสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วไม่ดีเลย บุคคลทำกรรมใดแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีหัวใจแช่มชื่นเบิกบาน เสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำแล้วเป็นการดี บุคคลรู้กรรมใดว่าเป็นประโยชน์แก่ตน ควรลงมือกระทำกรรมนั้นก่อน
ทุกครั้งที่คุณถูกกล่าวร้าย ก็ไม่ควรเดือดร้อนอะไร ทำตามอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำให้ดูเป็นแบบแผน คือก้มหน้าก้มตาทำความดีต่อไป ไม่สนใจต่อคำนินทาว่าร้ายนั้น