สถิติโลกครั้งใหม่ที่ยากแก่การทำลายสถิติ ได้บังเกิดขึ้น เมื่อกัล ฯจันทร์ตา เรืองคำศรี อายุ 68 ปี ได้ตัดสินใจเข้ามาบวชทดแทนพระคุณพ่อที่แสนดี นั่นก็คือ กัลฯ พุฒ เรืองคำศรี วัย 105 ปี
การมาบวชพร้อมกันทั้งสามคนในครอบครัว ทำให้ กัลฯ เพ็ญพรรณ ภรรยาของกัล ฯ อำนวย ถึงกับหลั่งน้ำตาทุกวัน เพราะมีความปลื้มปีติ ที่สามี ลูกชายและหลานชายจะได้บวชพร้อมหน้าพร้อมตากัน และยังได้ชักชวนลูกชายของคนช่วยงานที่บ้านมาบวชด้วยอีกคน
ในฐานะหัวหน้างานลูกขอให้โอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตแก่ลูกน้องด้วยการให้เค้าไปบวชตอบแทนคุณบิดามารดาได้ โดยมีโปรโมชั่นเงินเดือนเต็ม ถ้าใครมีอุปสรรคอะไร เจ๊เป็นคนเคลียร์เอง ถ้ามีปัญหาอะไรเจ๊แก้ได้
พระองค์ได้ตรัสถามพระมหาเถระว่า "ตอนนี้โยมได้เป็นญาติของพระศาสนาแล้วใช่ไหม" พระมหาเถระทูลตอบว่า "ถวายพระพร มหาบพิตรยังเป็นคนนอกอยู่" พระเจ้าอโศกเกิดความสงสัย จึงตรัสถามว่า "โยมได้บริจาคทรัพย์ถึง ๙๖โกฏิเพื่อสร้างมหาวิหารถึง ๘๔,๐๐๐หลัง ยังไม่ถือว่าเป็นญาติกับพระศาสนาอีกหรือ"
อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีกรุงพาราณสีได้เกิดความคิดอย่างนี้ขึ้น ด้วยความรักและความคุ้นเคยในพระโพธิสัตว์ว่า "ชื่อว่าการบวชเป็นทุกข์ เรายังปริพาชกชื่อว่า วัจฉนขะ ผู้เป็นสหายของเราให้สึก แล้วแบ่งสมบัติทั้งหมดให้แก่ปริพาชกไปครึ่งหนึ่ง เราทั้งสองก็จักอยู่ด้วยความปรองดองกัน"
นางยักษิณีตนหนึ่ง ได้อุ้มอุตราผู้เป็นธิดา และจูงปุนัพพสุผู้เป็นลูกชายแสวงหาอาหารริมกำแพง และริมคูคลองหลังวัดพระเชตวัน เมื่อไปถึงซุ้มประตู นางก็เห็นพุทธบริษัทสงบนิ่งไม่ไหวติง ฟังธรรมด้วยความเคารพในพระพุทธเจ้า เหมือนเปลวประทีปตั้งไว้ในที่ที่ไม่มีลม จึงเกิดความเลื่อมใสแล้วคิดว่า ก็ในที่นี้คงจะมีของแจกให้เรากิน เพื่อประทังชีวิตได้แน่
เมื่อน้องชายได้ฟังดังนั้น ก็สำนึกผิดในความดื้อรั้นของตน ไม่สามารถจะอยู่ในที่นั้นได้ จึงหลีกเร้นไปอยู่คนเดียว ปรารภความเพียรอยู่ในป่าลึก จนสามารถทำอภิญญาและสมาบัติให้บังเกิดขึ้นได้ แล้วคิดว่า จะนำพระราชาทั่วทั้งชมพูทวีปมาขอขมาพี่ชาย เพื่อจะได้มีโอกาสมาปรนนิบัติดูแลบิดามารดาอีก
เพชรภายนอก เราจะเห็นความแวววาวของมัน เราต้องเอามาขยับให้มันกระทบกับแสง มันจึงจะมีประกายออกมาให้เห็นความสวยงาม แต่แสงเพชรแก้วภายใน ที่กระผมเห็น มันไม่ต้องมีเหลี่ยม แต่เป็นแสงในตัวที่มีความสว่างในตัวของเขาเอง แสงนั้นเป็นที่รวมของความสุข ความสว่างในตัว แค่เห็นเราก็มีความปีติใจ เป็นความสุข ที่แช่อิ่มเอิบอาบ และซึมซาบไปทุกอณูเนื้อ ทุกรูขุมขน
สมัยนั้น อังกุรเทพบุตรซึ่งเคยนั่งอยู่ด้านหน้า ต้องถอยร่น ไปตามกำลังบุญ นั่งอยู่ไกลถึง ๑๒ โยชน์ ส่วนอินทกเทพบุตรนั่งอยู่ที่เดิมใกล้ๆ กับพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามอังกุรเทพบุตรว่า "อังกุระ เธอทำแถวเตาไฟยาว ๑๒ โยชน์ ได้ให้ทานเป็นอันมากในกาลประมาณหมื่นปี บัดนี้เธอนั่งอยู่ไกลตั้ง ๑๒ โยชน์ ซึ่งไกลกว่าเทพบุตรทั้งหมด ไฉนเธอจึงนั่งอยู่ไกลนัก"