เมื่อใดบัณฑิตกำจัดความประมาทด้วยความไม่ประมาท เมื่อนั้นเขานับว่าได้ขึ้นสู่ "ปราสาทคือปัญญา" ไร้ความเศร้าโศก สามารถมองเห็นประชาชน ผู้โง่เขลา
ความประมาทนั้นสามารถบรรเทาได้ด้วยความไม่ประมาท คือค่อยๆ ถ่ายถอนความประมาทออกทีละน้อย แล้วเพิ่มพูนความไม่ประมาทเข้าไปแทนที่ เหมือนถ่ายเทน้ำเก่าอันขุ่นออกแล้วใส่น้ำใหม่ที่ใสสะอาดเข้าไป พยายามรักษาความไม่ประมาทที่ทำได้แล้วมิให้เสื่อมลงไปอีก กีดกันความประมาทที่ห่างไปแล้วมิให้เข้ามาอีก ดวงใจที่ห่างจากความประมาท อยู่ด้วยความไม่ประมาท มีสติระวังรอบคอบ ย่อมก่อให้เกิดปัญญา ปัญญานั้นว่องไว คล่องแคล่ว ปัญญานั้นสูงส่งดุจปราสาท กล่าวคือ ทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ สามารถเห็นสัตว์ทั้งหลายผู้เคลื่อนจากภพอยู่ (จุติ) และเกิดอยู่ (ปฏิสนธิ) เหมือนคนยืนอยู่บนปราสาท มองลงมาเห็นคนยืนอยู่เบื้องล่างรอบๆ ปราสาท อนึ่ง เมื่อคนทั้งหลายเศร้าโศกอยู่ เพราะพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักบ้าง เพราะพบกับความเสื่อมจากญาติจากโภคะบ้าง เพราะประจวบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักบ้าง บัณฑิตย่อมไม่เศร้าโศก เพราะได้มองเห็นความจริงเสียแล้ว มองเห็นความสุขและความทุกข์อย่างโลกๆ โดยความเป็นของเสมอกันคือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีตัวตน มีแต่กระแสอันไหลเชี่ยวแห่งกลุ่มธรรมอันหนึ่ง นักปราชญ์เช่นนั้นย่อมมองเห็นคนพาลเป็นผู้น่าสังเวช สงสารเหมือนผู้ยืนอยู่บนภูเขามองเห็นคนยืนอยู่ที่เชิงเขา
โรคจิต ประสาท ประกอบด้วย อาการทางประสาท ประสาทหลอน ซึมเศร้า อาการทางจิต และได้ยินเสียงชวนให้ฆ่าตัวตาย เกิดจากกรรมที่ ดื่มสุรา นับถือไสยเวท พูดเท็จ และฆ่า หรือยินดี สนับสนุนในการฆ่า
ด้วยหัวใจยอดกัลยาณมิตร ปรารถนาที่จะให้ฤๅษีหักห้ามความเศร้าโศกให้ได้ จึงตรัสว่า "สัตว์ทั้งหลายมีมากมายที่ร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านรู้ไหม การร้องไห้เศร้าโศกนั้น สัตบุรุษกล่าวว่า เป็นโมฆะของชีวิต ทำให้ชีวิตและจิตใจมัวหมอง หากท่านปรารถนาที่จะให้ใจผ่องใส จงหักห้ามความโศกเถิด"
ชายคนหนึ่ง ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด ...โชคดี ที่ก่อนตายได้ลูกชายเป็นกัลยาณมิตร ชักชวนให้สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว ...ทำไม เขาต้องฆ่าตัวตาย ...ตายแล้ว เขาไปไหน ...บุญที่ได้สร้างองค์พระ มีผลต่อเขาอย่างไร หรือไม่ ...ที่นี่มีคำตอบ...
ชายคนหนึ่งถูกฟ้องล้มละลาย จึงหันเข้าหาน้ำเมาเพื่อดับทุกข์ …เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้าย เมื่อภรรยา ก็หันมาดื่มน้ำเมา จนเสียชีวิตไป …เมื่อเขาตัดสินใจเลิกเหล้าตามคำขอร้องของลูกชาย แต่เขาก็ต้องมาป่วยด้วยโรคมะเร็ง และเสียชีวิตไปในที่สุด …ทิ้งให้ลูกชายจมอยู่กับความเศร้า แต่โชคดีที่ได้ภรรยาเป็นยอดกัลยาณมิตรให้ …ทำไม ครอบครัวของเขาจึงต้องประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ …
ชายหนุ่มคนหนึ่ง เป็นคนนิสัยดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานเป็นเยี่ยม ต่อมามีอาการซึมเศร้า และได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายไปในที่สุด น่าเสียดายที่เขามี DMC แต่กลับไม่ได้สนใจที่จะดู …หญิงสาวอีกคนหนึ่ง เมื่อมี DMC แล้วก็ติดตามดูอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ ต่อมา ได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ…ชีวิตในปรโลกของเขาและเธอจะเป็นอย่างไร…
คณะสงฆ์วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ไปสวดมนต์ และแผ่เมตตาให้กับสัตว์และผู้ประสบอัคคีภัย ในเขตเมืองลอสแองเจลลิส
สุชาตกุมารเห็นบิดาห่วงใย ให้ข้อคิดอย่างสมคะเน แล้วก็เร่งกล่าวให้สติบิดากลับไปตามอุบาย “ท่านพ่อ วัวตัวนี้หาได้มีชีวิตแล้ว เหมือนท่านปู่ของลูกเช่นกัน แต่ยังมีศีรษะ มีปาก มีร่างกาย หู หาง ครบถ้วนอยู่ ย่อมต้องกินหญ้าที่ลูกนำมาเซ่นได้สิขอรับ ” “มันกินไม่ได้หรอกลูกเอ้ย มันตายไปแล้ว ” “ลูกเข้าใจว่ามันต้องกินหญ้านี้ได้ เพราะขนาดท่านปู่มิได้มีร่างกายเหลืออยู่แล้ว เหลือเพียงเถ้ากระดูกมนสถูป แต่ท่านพ่อยังนำดอกไม้เครื่องหอมต่าง ๆ แล้วก็อาหารคาวหวานไปร้องบอกท่านปู่ให้กินอยู่เลยขอรับ ”
การที่เราสามารถจะทำอะไรได้อย่างอัตโนมัติ ร่างกายเป็นไปเองโดยที่ไม่ต้องคิด หรือวางแผนอะไรล่วงหน้าเป็นเพราะระบบสมองมีระบบออโต้ไพล็อตรองรับอยู่