ก่อนที่คุณพ่อของลูกจะเสียชีวิต ตัวท่านมีความรู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่ และไม่มีสติรับรู้ถึงเรื่องราวใดๆ เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ ณ ช่วงเวลานั้น ใจของท่านจึงไม่ผ่องใสแต่ก็ไม่เศร้าหมอง
เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง มีความผ่องใส สุคติก็เป็นอันหวังได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย เมื่อนั้น นิมิต ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑ ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อมปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพยอาสน์ของตน ๑
อุปกิเลส 16 อย่าง กิเลสละเอียดที่ทำให้ใจเศร้าหมอง มีปกติซ่อนอยู่ในใจเหมือนกับสนิมที่ซ่อนตัวในเหล็ก ซึ่งเป็นเหมือนกับลูกหลานบริวาร สังกัดในกิเลส 3 ตระกูล
ก่อนที่พี่ชายของตัวลูกจะเสียชีวิต ใจของเขามีความเศร้าหมองไม่ผ่องใส ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะตัวเขามีความทุกข์ใจและมีความรู้สึกเป็นห่วงกังวลในครอบครัวของตัวเขาเป็นอย่างมาก
ลูกรู้ตัวว่าลูกไม่มีโสรัจจะ คือเวลาปรนนิบัติคุณแม่ที่ป่วยนานๆ จิตใจมักเศร้าหมอง เบื่อ รำคาญ เพราะคุณแม่ทั้งบ่นทั้งจู้จี้สารพัด ลูกจะเอาธรรมะข้อโสรัจจะนี้ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นจะได้ไหม
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่เศร้าหมองมีมลทินจับ ช่างย้อม นำเอาผ้าผืนนั้นใส่ลงในนํ้าย้อมใดๆ คือ สีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมพู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสีที่เขาย้อมไม่ดี มีสีมัวหมอง เพราะผ้าเป็นของไม่บริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น ผ้าที่บริสุทธิ์สะอาด ช่างย้อมพึงนำเอาผ้าผืนนั้นใส่ลงในนํ้าย้อมใดๆ คือสีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมพู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสี ที่เขาย้อมดี มีสีสด ข้อนั้นเพราะผ้าเป็นของบริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น
บุคคลผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ย่อมเศร้าโศกในโลกหน้า ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้นย่อมเศร้าโศก ครั้นละโลกไปแล้ว เห็นกรรมที่เศร้าหมองของตนย่อมเดือดร้อน
เมื่อใกล้ตายนั้นกระแสจิตจะบริสุทธิ์หรือเศร้าหมองก็ตาม แล้วแต่กรรมที่จะส่งผล และมีอาการเป็นไปคล้ายกับน้อมไปในภพชาติที่จะพึงเกิดขึ้นแล้วแต่ภพชาติที่จะได้ไปเกิดนั้นๆ ย่อมเกิดขึ้นเนื่องๆ เป็นส่วนมาก
สังคมปัจจุบันนี้มีภัยอยู่รอบตัว โดยเฉพาะภัยทางอารมณ์ที่คอยรุมเร้าจิตใจของเราให้เศร้าหมอง เร่าร้อนกระวนกระวาย