แก่นของการสวดมนต์จริง ๆ คือ สวดออกไปถูกต้องด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทธามั่นคงส่วนพิธีกรรมอื่นที่มาประกอบ เช่น มีสายสิญจน์ระโยงระยางเหนือศีรษะหรือเป็นสายย้อยลงมาให้คนถือเพื่อความสบายใจ
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ต้องอธิษฐานล้อมคอกไว้ ให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง ขอให้หูดี ตาดี โรคภัยไข้เจ็บไม่มี ให้อาการ ๓๒ ครบบริบูรณ์ ขอให้ได้เกิดเป็นชาย ได้เพศบริสุทธิ์ ไม่หลงใหลในเพศตรงข้าม
การทำวิชชาแก้โรค ซึ่งการทำวิชาแก้โลกของหลวงปู่ท่านจะทำอยู่ 2 อย่างคือ รื้อผังใหญ่ที่ทำให้มนุษย์ทั้งหมดเกิดโรคภัยไข้เจ็บ กับรื้อผังย่อย..ของคนที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บแล้วมาขอให้ท่านช่วย
ก่อนที่โยมแม่ของลูกจะเสียชีวิต ตัวท่านได้รับทุกขเวทนาจากโรคภัยไข้เจ็บที่เข้ามารุมเร้าตัวท่านเป็นอย่างมาก แต่ท่านก็ทำตามหลักวิชชาที่พระลูกชายได้บอกเอาไว้ว่า ให้ตัวท่านหมั่นนึกถึงบุญทุกๆ บุญ ที่ตัวท่านได้เคยตั้งใจสั่งสมเอาไว้
โยมพ่อของลูกละโลกแล้วไปไหน ก่อนที่โยมพ่อของลูกจะเสียชีวิต ตัวท่านได้รับทุกขเวทนาจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มารุมเร้าตัวท่านอยู่ตลอดเวลา
อาหารมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ จากที่เคยเน้นคุณค่าก็มาเน้นเรื่องความสะดวกสบายเป็นหลัก และสิ่งที่ตามมาก็คือโรคภัยไข้เจ็บและอายุขัยที่สั้นลง
ถ้าใครเคยทำความดีไว้ มีความประทับใจ ภาคภูมิใจในการทำความดีครั้งนั้นมาก เขาจะผูกพันนึกถึงอยู่ตลอดเวลา คิดทีไรก็ปลอดโปร่งโล่งใจ สบายใจทุกที จนเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างอัศจรรย์
ถ้าเราโกรธ สิ่งที่จะตามมาก็คือ หน้าของเราจะแก่ เสียงก็จะเปลี่ยน ใจก็จะขุ่น และจะทำให้มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนมากมาย
ถ้าท่านขยันปฏิบัติตามหลักการ และวิธีการรักษาสมดุลโครงสร้างของร่างกายได้อย่างถูกต้อง และต่อเนื่องจนติดเป็นนิสัย ท่านก็จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ โรคภัยไข้เจ็บใดๆ ไม่กล้ามารบกวน
การฝึกตนให้มีนิสัยดี นอกจากจะช่วยให้สามารถเอาชนะกิเลสในใจตนเองได้แล้ว ยังจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้สามารถรักษาสมดุลโครงสร้างของร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ