สิ้นเสียงมโหสถบัณฑิต พวกทหารก็พากันฉุดลากตัวพราหมณ์อนุเกวัฏออกไปจากกองบัญชาการรบอย่างไม่ปรานี จากนั้นจึงได้ทำพิธีเนรเทศตามกฎมณเฑียรบาล โดยโกนผมของอนุเกวัฏให้เป็นมุ่น ทำให้เป็นจุก 5หย่อม แล้วโรยผงอิฐลงบนกบาล เอาพวงดอกยี่โถทัดไว้ที่หู จากนั้นก็พาไปยังกำแพงเมือง ซึ่งเป็นพิธีกรรมขับไล่ผู้ทรยศต่อแผ่นดินในสมัยนั้น
ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศให้เหล่าแม่ทัพนายกองทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพลรบทุกหมวดกอง ที่บัดนี้กำลังอยู่ในภาวะระส่ำระสาย ให้ได้รับทราบโดยทั่วกันว่า กองทัพปัญจาลนครจะกลับเข้าประจำที่ดังเดิม และจะเข้าล้อมมิถิลานครไปจนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป
มโหสถบัณฑิตจึงตอบพราหมณ์เกวัฏว่า “ท่านเกวัฏ ข้าพเจ้าน่ะ...ยังคิดถึงท่านอยู่เสมอ แต่เพราะยังหาสิ่งที่คู่ควรแก่ท่านยังไม่ได้ จึงต้องเสียเวลาเฟ้นหาของที่สมควรแก่ท่านอยู่นาน เหตุนี้จึงยังไม่ได้โอกาสมาหาท่านเสียที แต่วันนี้ข้าพเจ้าหาเครื่องบรรณาการที่สมควรได้แล้ว บัดนี้จึงถือโอกาสนำบรรณาการที่สูงค่านี้มามอบให้ท่าน”
น่าอัศจรรย์ครับ คนมารับพระจากท่านก็หลายหมื่นคน แต่ท่านก็ยังจำได้ว่าท่านได้ให้ไปแล้ว หลวงพ่อ...ท่านกล่าวว่า พระของท่านเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นธุรกิจการค้า แต่เพื่อเป็นของขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ถ้าผู้ใดคิดไม่ดี ถ้าเอาของท่านไปทำอย่างหนึ่งอย่างใดมา มันก็เกิดอันตราย เช่นเรื่องนี้
พราหมณ์เกวัฏนั้น เมื่อไม่อาจทนฟังถ้อยคำเหล่านั้นได้ จึงรีบกราบทูลท้าวเธอด้วยน้ำเสียงอย่างหนักแน่นว่า “ขอเดชะมหาราชเจ้า ถ้าพระองค์เห็นว่า มโหสถเป็นบัณฑิต เพราะเหตุที่ฉลาดในการป้องกันมิถิลานคร ถ้าเช่นนั้นข้าพระพุทธเจ้าก็เป็นบัณฑิตเหมือนกัน เพราะอุบายที่จะโจมตีมิถิลานครของข้าพระองค์นั้นยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ดอกพระเจ้าข้า
เวลาเราอยู่ใน สังคม จะคบเพื่อนก็ขอให้คบเพื่อนที่ดี ไม่ใช่สักแต่ว่าคบๆ ไปอย่างนั้น มันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเราเลย หากเราไม่รู้จักคบคน โอกาสที่พลาดพลั้ง คือได้คนอกตัญญูเป็นสหายนั้นมีมาก
และแล้วกาลเวลาแห่งการเพาะบ่มคุณธรรม และการฝึกตัวของลูกเณรก็ล่วงเลยผ่านมาได้ ๘ปี ผ่านทั้งร้อนผ่านทั้งหนาว สุดท้ายก็ก้าวมาเป็นสามเณรเตรียมบวชอุทิศชีวิต เป็นการยกระดับชีวิตจากเหล่าก่อของสมณะ ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย ลูกเณรรู้สึกดีใจมากเลยครับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพราะว่ามันยาก กว่าที่ใครจะสามารถอดทนต่ออำนาจกิเลสมาจนถึงจุดๆนี้ได้
เหตุการณ์ในครั้งนี้ ดูเหมือนว่ามโหสถจะสิ้นปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอย่างสิ้นเชิง แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ที่ท่านต้องหนีไปก่อนนั้น เพราะต้องการให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ซึ่งเมื่อตนหลบไปก่อนแล้ว พระราชาก็จะไม่ระแวงในกำลังคนของตน และในไม่ช้าความจริงก็ต้องปรากฏ
เรื่องของคนสู้ชีวิต...เธอเกิดมาในครอบครัวชาวจีน เป็นลูกสาวคนโต ต้องช่วยทำงานบ้านตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ตามความเชื่อของชาวจีนที่ว่า ลูกสาวจะต้องคอยช่วยพ่อ-แม่ทำงาน พอโตขึ้นก็ถูกบังคับให้แต่งงานแบบคลุมถุงชน...เธอและสามีต้องอดทนต่อสู้ชีวิต โดยไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา