บ้านเกิดของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตามรอยพระมงคลเทพมุนี หน้า 30
หน้าที่ 30 / 188

สรุปเนื้อหา

12 ต า ม ร อ ย พ ร ะ ม ง ค ล เ ท พ ม นี เราเดินไปจนถึงท้ายวัด มองไปยังตรงข้ามก็เห็นบ้านเรือนเรียงรายไปตามริมคลอง ในช่วงที่ได้พูดคุยกับชาวบ้าน และพระในวัด จึงได้ทราบว่าบ้านของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว ของเดิมนั้นเป็นเครื่องผูก พระท่านก็ถามว่า “รู้จักเครื่องผูกไหม?” เราก็ตอบว่า “ไม่รู้จักครับ” ท่านก็บอกว่า “ก็ทําด้วยไม้ มัดๆ กันไว้” ไม้ล่า คือ ไม้ไผ่เป็น ๆ ผูกมัดกันไว้ นี่คือสภาพบ้านโดยทั่วไปในสมัยนั้น ชาวบ้านเล่าด้วยความภูมิใจว่า หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่ประสูติของสมเด็จพระสังฆราช องค์ก่อนโน้น คือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณ สิริมหาเถร) วัดพระเชตุพนฯ และเป็นดินแดนถิ่นกําเนิดของพระอาจารย์ที่เก่งกล้าใน ด้านการปฏิบัติทางจิตอีกหลายรูป เรามองข้ามลำน้ำไปยังจุดที่

หัวข้อประเด็น

- บ้านเกิดของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

12 ต า ม ร อ ย พ ร ะ ม ง ค ล เ ท พ ม นี เราเดินไปจนถึงท้ายวัด มองไปยังตรงข้ามก็เห็นบ้านเรือนเรียงรายไปตามริมคลอง ในช่วงที่ได้พูดคุยกับชาวบ้าน และพระในวัด จึงได้ทราบว่าบ้านของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว ของเดิมนั้นเป็นเครื่องผูก พระท่านก็ถามว่า “รู้จักเครื่องผูกไหม?” เราก็ตอบว่า “ไม่รู้จักครับ” ท่านก็บอกว่า “ก็ทําด้วยไม้ มัดๆ กันไว้” ไม้ล่า คือ ไม้ไผ่เป็น ๆ ผูกมัดกันไว้ นี่คือสภาพบ้านโดยทั่วไปในสมัยนั้น ชาวบ้านเล่าด้วยความภูมิใจว่า หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่ประสูติของสมเด็จพระสังฆราช องค์ก่อนโน้น คือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณ สิริมหาเถร) วัดพระเชตุพนฯ และเป็นดินแดนถิ่นกําเนิดของพระอาจารย์ที่เก่งกล้าใน ด้านการปฏิบัติทางจิตอีกหลายรูป เรามองข้ามลำน้ำไปยังจุดที่พระท่านชี้ให้ดูว่าเป็นบ้านของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และระลึกถึงท่านว่า ท่านเกิดที่นี่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๗ มีพี่สาว ๑ คน และน้องชาย ๓ คน สมัยเป็นเด็ก ท่านช่วยเลี้ยงวัว เมื่อวัวพลัดหลงหายไป ท่านจะตามหาจนกว่าจะพบ ถ้าไม่พบก็ไม่ยอม กลับบ้าน เวลาใช้งานวัวก็จะไม่ใช้เกินกำลัง ถึงเวลาก็ให้พัก เพลก็หยุด ถือตามคติโบราณ ที่ว่าถ้าใช้งานจน “เพลคาบ่าวัว” แล้วจะบาปนัก จิตใจของท่านมีเมตตาอย่างนี้ เมื่อหันหน้ากลับมาดูสภาพภายในวัดสองพี่น้อง เที่ยวเดินชมไปรอบๆ วัด แล้ว ได้ระลึกถึงหลวงพ่อวัดปากนํ้าว่า สมัยเมื่อท่านอายุได้ ๙ ขวบ ท่านข้ามฟากคลองจากบ้านมาเรียนหนังสือกับพระ น้าชายของท่าน ที่วัดสองพี่น้องนี้เอง จนกระทั่งพระน้าชายลาสิกขาแล้ว ท่านจึงไปเรียน ต่อที่วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อหลวงพ่ออายุได้ ๒๒ ปี วันหนึ่งในเดือน 5 ข้างขึ้น (ราวๆ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๙) หลังจากที่ท่านคุมข้าวลงเรือและสั่งการลูกจ้างให้นำไปขายที่กรุงเทพฯ แล้ว ตัวท่านก็เข้าอยู่วัด หัดท่องจำวิธีบรรพชาอุปสมบท และศึกษาพระวินัยอยู่ ๒ เดือน จนถึง กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๙ (เดือน ๘) ท่านก็ได้อุปสมบท ที่โบสถ์วัดสองพี่น้องแห่งนี้
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More