ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๐
เข้าตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นอันว่าตกลงเมืองไทยก็เลย
ไม่รู้จะเชื่อใครในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน
เพราะฉะนั้นเมื่อถึงคราวเศรษฐกิจตกต่ำ บ้าน
เมืองของเราก็ต้องเสียค่าระแวงค่าตกใจมากเกินไป คือ
เกิดความปั่นป่วนขึ้นในบ้านในเมือง
ที่ต้องจ่ายค่า IMF ตามมา
แล้วก็บวกกับ
ผลสุดท้ายตอนนี้ ต้องบอกว่า เมืองไทยไม่น่า
เจ็บตัวกันขนาดนี้เลย แล้วก็ต้องเจ็บตัวเพราะทำกัน
เอง ไม่มีใครมาทำให้เมืองไทยหรอก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็
เกิดจากความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน
พ
นี่เป็นทัศนะของนักการธนาคารทั่วโลก ที่เขา
มองมาที่ประเทศไทยและบอกให้เรารู้ว่า การที่คนไทย
ต้องเจ็บตัวครั้งนี้ สาเหตุแท้ๆ เพราะระแวงกันเอง
ทําไมคนไทยจึงระแวงกันเอง
มันเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นในสังคมไทย
คําตอบคือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนไทย
ได้ทำลายเครดิตของตัวเองไปอย่างไม่รู้ตัว
เครดิตของคนอยู่ที่ไหน อยู่ที่การมีศีลเป็นปกติ
แต่ปัจจุบันค่านิยมเรื่องการรักษาศีล ๕ กำลัง
ห่างหายไปจากคนไทย
เพราะฉะนั้น บทเรียนที่ต้องเจ็บตัวอย่างสาหัส
ทางเศรษฐกิจของไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเครดิต
๓๑
ในด้านศีลธรรมของสังคมไทยอย่างชัดเจน ปัญหา
เศรษฐกิจครั้งนี้คือปัญหาศีลธรรมในบ้านเมือง ปัญหา
อื่นเป็นผลพวงที่ตามมาจากเรื่องนี้
ศีล ๕ เครื่องมือตรวจวัดวิกฤตเศรษฐกิจไทย
ทำไมการไม่รักษาศีล ๕ จึงเป็นต้นเหตุของ
ความไม่ไว้ใจกันเอง
ในฐานะที่พระภาวนาวิริยคุณ เป็นพระภิกษุที่
มีประสบการณ์ในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนามา
๓๐ กว่าปี ท่านได้ให้ทัศนะในเรื่องความสำคัญของ
ศีล ๕ ไว้ว่า
“ก่อนอื่นถ้าถามว่า ใครเป็นผู้บัญญัติศีล ๕
เราก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้บัญญัติ เพราะมีมาก่อนพระ
พุทธศาสนาจะเกิดขึ้น แต่เมื่อพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น
แล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอกว่า ศีล ๕ นี้ดี
จึงทรงรับเข้ามาไว้ในพระพุทธศาสนา แล้วพระองค์ก็
ทรงให้กฎเกณฑ์ของศีล ๕ ชัดเจนขึ้น
ศีล ๕ ได้แก่อะไรบ้าง
๑.
ไม่ฆ่าสัตว์
๒. ไม่ลักทรัพย์
๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม