ข้อความต้นฉบับในหน้า
นานาทัศนะ
จุดเปลี่ยนชีวิตเจ้าแม่ไฮโล!!
คุณเสริม ประเทพา อายุ ๖๕ ปี
นานาทัศนะ
คราบเจ้าแม่ อำลาตำแหน่ง แขวนถ้วยไฮโล โดยไป
บอกกับพระลูกชายว่า
“โยมแม่เลิกเป็นเจ้ามือแล้ว โยมแม่บวชแล้ว รู้
“ เราเป็นเซียนไฮโลมือโปรฯ ที่มีฉายาที่สะเทือน แล้วว่าอาชีพเรามันบาปมาก ไม่อยากตกนรก แม่
วงการว่า “เจ้าแม่แชมป์อีสาน” เพราะเป็นขาใหญ่ ตัดใจหักดิบเลิกเด็ดขาด แม้เห็นคนอื่นเล่น แม่ก็ไม่หัน
เจ้ามือไฮโลแห่งภาคอีสาน ที่ยกถ้วยเขย่าสะท้าน ไปมองมัน”
วงการมายาวนานกว่า ๑๐ ปี ส่วนสามีทำหน้าที่เป็น
คนวางเงินเดิมพันของเจ้ามือ และลูกชายทำหน้าที่
ซึ่งหลังจากกลับจากบวชแล้ว ก็ได้สร้างบุญให้กับ
เป็นมือปืนบอร์ดี้การ์ด คอยดูว่า ถ้าใครตกตึกมีพิรุธ ก็ ตัวเองอย่างยิ่งยวด ชวนเพื่อนที่บวชอุบาสิกาแก้ว
จะจัดการด้วยวิธีการอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อรักษา ด้วยกันให้ไปช่วยกันพัฒนาวัดในหมู่บ้าน ที่กำลังจะ
ผลประโยชน์ในอาชีพของครอบครัวเราให้มากที่สุด กลายเป็นวัดร้าง เพราะเหลือพระอยู่รูปเดียว โดยการ
ไปขัดห้องน้ำ ทำความสะอาดวัด และในโครงการ
ครอบครัวของเรามีชีวิตเยี่ยงนี้ จนกระทั่งมี บวชพระแสนรูปเข้าพรรษานี้ ก็มาช่วยทำงานครัว
เหตุการณ์ครั้งสำคัญเกิดขึ้น คือ ลูกชายได้เข้ามาบวช เลี้ยงพระด้วย ทุกวันนี้ ได้ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ได้
ในโครงการ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทั่วไทย ทำให้เขาเปลี่ยน
ไปเป็นคนละคน คือ ยอมตัดใจหักดิบ เลิกทุกสิ่ง
โยนอบายมุขทิ้งทุกอย่างทันที และบวชมา
จนถึงปัจจุบัน และที่สำคัญยังทำหน้าที่เป็น
พระพี่เลี้ยง เป็นพระวิทยากรอยู่ที่ศูนย์
ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติวังสวนกล้วย
จ.สกลนคร ซึ่งเป็นศูนย์อบรมทุกโครงการ
บวชทุกโครงการ ที่ผ่านมา
จนกระทั่งช่วงที่ท่านจะต้องลงพื้นที่ชวนบวช
อุบาสิกาแก้ว ท่านก็ได้โทรชวนว่า “โยม
แม่บวชได้.... มาบวชอยู่วัดเดียวกับ
พระลูกชายของแม่นะ” เราก็
ตอบตกลง จากนั้นเราก็ได้มา
บวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนรุ่น
๑ แสนคน และรุ่น ๕ แสน
คน ถึง ๒ ครั้ง และสุดท้ายก็
ตัดใจจากวงการไฮโล สลัด
พบความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมา
ก่อน....
ผ้าใบแก้ว
ผศ.ดร.พัชนี สุวรรณศรี
“ การบวชครั้งนี้ นับเป็นความอัศจรรย์ครั้ง
สำคัญที่สุดของชีวิตก็ว่าได้ เพราะคิดไม่ผิดเลย
ที่ได้ตัดสินใจมาบวช เพื่อเป็นหนึ่งในแสนคน
และหนึ่งในห้าแสนคน ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคย
เกิดขึ้นที่ไหนในโลกมาก่อน รู้สึกปลื้มที่ได้เห็น
พลังสตรีจากทั่วทุกสารทิศ ต่างเดินทางไกลมา
จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งทุกคนล้วนทักทาย
กันเหมือนประหนึ่งรู้จักและสนิทสนมกันมานาน
แต่ละคนต่างมาใช้ชีวิตที่เรียบง่าย โดยการ
ถือศีล ปฏิบัติธรรมร่วมกัน เพราะภาพความสุข
อย่างนี้ ได้ลบเลือนจางหายไปจากสังคมไทยมา
ช้านานแล้ว
อีกทั้งยังมีความประทับใจเป็นที่สุด ในขณะ
เข้าร่วมพิธีรับผ้าสไบแก้วทั้ง ๒ ครั้ง ซึ่งก็ไม่
ทราบว่าน้ำตาไหลออกมาได้อย่างไร เกิดความ
ปีติภาคภูมิใจที่เราได้เป็นหนึ่งในนั้น และก็ต้อง
ขอกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
และคณะสงฆ์ทั้งแผ่นดินอย่างสูงสุด ที่ให้การ
เอื้อเฟื้อและสนับสนุน โดยเป็นพลังขับเคลื่อน
สำคัญ ที่ทำให้โครงการนี้สำเร็จ จนเกิดความรู้สึก
ประทับใจ จนคิดว่า ไม่ว่าจะมีการบวชอุบาสิกา
แก้วอีกสักกี่ครั้ง ก็จะเข้าร่วมโครงการทุกครั้ง
ค่ะ”
๓๖
๓๗