หน้าหนังสือทั้งหมด

สละชีวิตเป็นเดิมพันสร้างบารมี — พุทธประวัติ หน้า 11
11
สละชีวิตเป็นเดิมพันสร้างบารมี — พุทธประวัติ หน้า 11
54 3333 24 สละชีวิตเป็นเดิมพันสร้างบารมี
สละชีวิตเป็นเดิมพันสร้างบารมี
พุทธประวัติ
12
พุทธประวัติ
เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระบรมโพธิสัตว์ พระองค์ปรารถนาที่จะตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง และสั่งสอนสัตว์โลกให้บรรลุธรรมตาม จึงตั้งใจสร้างบารมีโดยการสละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต นับครั้งไม่ถ้วน นาน
เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระบรมโพธิสัตว์ พระองค์ปรารถนาที่จะตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง และสั่งสอนสัตว์โลกให้บรรลุธรรมตาม จึงตั้งใจสร้างบารมีโดยการสละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต นับครั้งไม่ถ้วน นาน
เลือกเกิดได้ด้วยพระบารมี — พุทธประวัติ หน้า 13
13
เลือกเกิดได้ด้วยพระบารมี — พุทธประวัติ หน้า 13
เลือกเกิดได้ด้วยพระบารมี 20
เลือกเกิดได้ด้วยพระบารมี
พุทธประวัติ
14
พุทธประวัติ
พระองค์ทรงตรวจดู “ปัญจมหาวิโลกนะ” คือ ๑. ทวีป ๒. ประเทศ ๓. อายุขัยของมนุษย์ ๔. ตระกูล ๕. มารดา เมื่อทรงเห็นว่ามีครบทั้ง ๕ ประการ ที่เหมาะแก่การตรัสรู้แล้ว จึงทรงรับคำเชิญมาเกิด และทรงเลือกเกิดในตระกูล
พระองค์ทรงตรวจดู “ปัญจมหาวิโลกนะ” คือ ๑. ทวีป ๒. ประเทศ ๓. อายุขัยของมนุษย์ ๔. ตระกูล ๕. มารดา เมื่อทรงเห็นว่ามีครบทั้ง ๕ ประการ ที่เหมาะแก่การตรัสรู้แล้ว จึงทรงรับคำเชิญมาเกิด และทรงเลือกเกิดในตระกูล
นั่งขัดสมาธิอยู่ในพระครรภ์มารดา — พุทธประวัติ หน้า 15
15
นั่งขัดสมาธิอยู่ในพระครรภ์มารดา — พุทธประวัติ หน้า 15
00 นั่งขัดสมาธิอยู่ในพระครรภ์มารดา DD
นั่งขัดสมาธิอยู่ในพระครรภ์มารดา DD
พุทธประวัติ
16
พุทธประวัติ
ด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ ขณะที่ปฏิสนธิในพระครรภ์ ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และบังเกิดรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเป็นอัศจรรย์ เมื่ออยู่ในพระครรภ์ พระโพธิสัตว์ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ โดยไม่รู้สึกว่าคับ
ด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ ขณะที่ปฏิสนธิในพระครรภ์ ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และบังเกิดรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเป็นอัศจรรย์ เมื่ออยู่ในพระครรภ์ พระโพธิสัตว์ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ โดยไม่รู้สึกว่าคับ
ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ — พุทธประวัติ หน้า 17
17
ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ — พุทธประวัติ หน้า 17
3000000 100000 ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ DD.
ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ DD.
การประสูติของพระราชกุมาร
18
การประสูติของพระราชกุมาร
เมื่อใกล้คลอด พระราชมารดาเสด็จกลับกรุงเทวทหะ ระหว่างทางประสูติพระราชกุมาร ที่มีลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ ณ สวนลุมพินีวัน ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ด้วยพระบารมีที่ทรงสั่งสมมา พระ
เมื่อใกล้คลอด พระราชมารดาเสด็จกลับกรุงเทวทหะ ระหว่างทางประสูติพระราชกุมาร ที่มีลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ ณ สวนลุมพินีวัน ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ด้วยพระบารมีที่ทรงสั่งสมมา พระ
ได้รับพยากรณ์ — พุทธประวัติ หน้า 19
19
ได้รับพยากรณ์ — พุทธประวัติ หน้า 19
ได้รับพยากรณ์
ได้รับพยากรณ์
การตั้งชื่อและพยากรณ์
20
การตั้งชื่อและพยากรณ์
เมื่อประสูติได้ ๕ วัน ได้รับถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า ผู้มีความสำเร็จตามต้องการ และมีพราหมณ์ ๗ คน พยากรณ์ว่า ถ้าพระราชกุมารอยู่ทางโลกจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสั
เมื่อประสูติได้ ๕ วัน ได้รับถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า ผู้มีความสำเร็จตามต้องการ และมีพราหมณ์ ๗ คน พยากรณ์ว่า ถ้าพระราชกุมารอยู่ทางโลกจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสั
พระราชบิดาทำความเคารพด้วยความเลื่อมใส — พุทธประวัติ หน้า 21
21
พระราชบิดาทำความเคารพด้วยความเลื่อมใส — พุทธประวัติ หน้า 21
พระราชบิดาทำความเคารพด้วยความเลื่อมใส LD
พระราชบิดาทำความเคารพด้วยความเลื่อมใส LD
เหตุการณ์ในพิธีแรกนาขวัญ
22
เหตุการณ์ในพิธีแรกนาขวัญ
เมื่อพระชนมายุ ๗ พรรษา ทรงตามเสด็จพระราชบิดาไปร่วมพิธีแรกนาขวัญ และประทับรออยู่ใต้ต้นหว้า ทรงนั่งสมาธิที่ใต้ต้นหว้านั้น พลังจิตอันเป็นสมาธิแน่วแน่ทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ ขณะนั้นแม้เป็นเวลาบ่าย แต่เงาต้น
เมื่อพระชนมายุ ๗ พรรษา ทรงตามเสด็จพระราชบิดาไปร่วมพิธีแรกนาขวัญ และประทับรออยู่ใต้ต้นหว้า ทรงนั่งสมาธิที่ใต้ต้นหว้านั้น พลังจิตอันเป็นสมาธิแน่วแน่ทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ ขณะนั้นแม้เป็นเวลาบ่าย แต่เงาต้น
๗ ขวบ เรียนจบ ๑๘ สาขา ภายใน ๗ วัน — พุทธประวัติ หน้า 23
23
๗ ขวบ เรียนจบ ๑๘ สาขา ภายใน ๗ วัน — พุทธประวัติ หน้า 23
๗ ขวบ เรียนจบ ๑๘ สาขา ภายใน ๗ วัน LD
๗ ขวบ เรียนจบ ๑๘ สาขา ภายใน ๗ วัน LD
ความสามารถทางปัญญาของเจ้าชาย
24
ความสามารถทางปัญญาของเจ้าชาย
เจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด และมีความทรงจําเป็นเลิศ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน เมื่อพระชนมายุได้ ๗ พรรษา สามารถศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จวิชาต่างๆ ถึง ๑๘ ประการ (๑๘ ปริญญาของคนสมัยนี้) ใ
เจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด และมีความทรงจําเป็นเลิศ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน เมื่อพระชนมายุได้ ๗ พรรษา สามารถศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จวิชาต่างๆ ถึง ๑๘ ประการ (๑๘ ปริญญาของคนสมัยนี้) ใ
ชีวิตสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ — พุทธประวัติ หน้า 25
25
ชีวิตสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ — พุทธประวัติ หน้า 25
ชีวิตสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ LD
ชีวิตสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ LD
การอภิเษกและการทรงพระชนมายุ
26
การอภิเษกและการทรงพระชนมายุ
เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาทรงสร้างปราสาท ๓ ฤดู ที่สวยงาม ให้ประทับอย่างสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ และทรงจัดการอภิเษกพระนางยโสธรา พระราชธิดาของกษัตริย์แห่งกรุงเทวทหะ ผู้ทรงมีความงามเป็นเลิศ มีล
เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาทรงสร้างปราสาท ๓ ฤดู ที่สวยงาม ให้ประทับอย่างสุขสบายดังอยู่ในสรวงสวรรค์ และทรงจัดการอภิเษกพระนางยโสธรา พระราชธิดาของกษัตริย์แห่งกรุงเทวทหะ ผู้ทรงมีความงามเป็นเลิศ มีล
มีทุกอย่างที่ชาวโลกต้องการ แต่สละเพื่อออกบวช — พุทธประวัติ หน้า 27
27
มีทุกอย่างที่ชาวโลกต้องการ แต่สละเพื่อออกบวช — พุทธประวัติ หน้า 27
DD. มีทุกอย่างที่ชาวโลกต้องการ แต่สละเพื่อออกบวช
DD. มีทุกอย่างที่ชาวโลกต้องการ แต่สละเพื่อออกบวช
การเสด็จประพาสและการทรงสลดพระทัย
28
การเสด็จประพาสและการทรงสลดพระทัย
วันหนึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จประพาสนอกพระราชวัง ทอดพระเนตรคนแก่ คนเจ็บ คนตาย ก็ทรงสลดพระทัยในความไม่เที่ยงของชีวิต แต่เมื่อเห็นนักบวช ก็ทรงพอพระทัย และทรงเชื่อว่าการบวชจะทำให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ แล
วันหนึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จประพาสนอกพระราชวัง ทอดพระเนตรคนแก่ คนเจ็บ คนตาย ก็ทรงสลดพระทัยในความไม่เที่ยงของชีวิต แต่เมื่อเห็นนักบวช ก็ทรงพอพระทัย และทรงเชื่อว่าการบวชจะทำให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ แล
ออกบวชช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ — พุทธประวัติ หน้า 29
29
ออกบวชช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ — พุทธประวัติ หน้า 29
ออกบวชช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ LD
ออกบวชช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ LD
การเสด็จออกจากพระราชวัง
30
การเสด็จออกจากพระราชวัง
เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงมีพระโอรสพระนามว่า “ราหุล” แม้จะทรงรัก และห่วงใยพระโอรสมาก แต่ความปรารถนาที่จะหาทางช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์มีมากกว่า ในคืนที่พระโอรสประสูตินั่นเอง ได้ทรงม้าชื่อ “กัณฐกะ” และมี
เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงมีพระโอรสพระนามว่า “ราหุล” แม้จะทรงรัก และห่วงใยพระโอรสมาก แต่ความปรารถนาที่จะหาทางช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์มีมากกว่า ในคืนที่พระโอรสประสูตินั่นเอง ได้ทรงม้าชื่อ “กัณฐกะ” และมี