
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.259 อดีตผู้ช่วยนักบิณฑ์ (บาตร) ชอบตุนไว้กินคนเดียว
ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2547
อดีตผู้ช่วยนักบิณฑ์ (บาตร) ชอบตุนไว้กินคนเดียว
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสมีพื้นเพอยู่ที่จังหวัดสตูล แม้คุณพ่อจะเกิดที่สุราษฎร์ธานี แต่หลังจากแต่งงานกับคุณแม่ก็ย้ายมาตั้งรกรากที่สตูล ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นป่าดงพงไพร ผู้ส่งเคสเติบโตมาในครอบครัวที่อยู่หน้าวัด ทำให้เขามีโอกาสวิ่งเล่นในวัดเป็นประจำ และรับใช้พระภิกษุในวัดด้วย สิ่งที่เขาชอบเป็นพิเศษคือการให้พระเล่านิทานให้ฟัง และเขาก็จะจดจำไปเล่าต่อที่บ้าน ในตอนเช้าๆ พระจะเรียกเขาไปช่วยหิ้วปิ่นโต ผู้ส่งเคสรักชีวิตแบบเด็กวัดมาก และรู้สึกมีความสุข แม้จะเคยขอพ่อแม่มาอยู่ในวัด แต่ท่านก็ไม่ยอม
ในช่วงประถมศึกษา ผู้ส่งเคสเรียนดีมาก สอบได้อันดับ 1 ทุกปีจนจบ ป.6 หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อชั้นมัธยมในโรงเรียนประจำจังหวัด ชีวิตช่วงนี้เริ่มเปลี่ยนไป เพราะเขาได้ไปอยู่สำนักสงฆ์กลางทุ่งนา ซึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนนัก ชีวิตที่สำนักสงฆ์ลำบากมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหาร เดิมทีเขาก็กินข้าวจากก้นบาตร แต่บางครั้งพระบิณฑบาตได้อาหารน้อยมากจนข้าวในบาตรแทบไม่เหลือ เขาต้องหาอาหารเองตามมีตามได้ ต้องไปเก็บผักตามทุ่งนามาต้มกิน บางทีไม่มีข้าวก็ต้องไปหาเผือกหามันมาต้มกินเพื่อประทังชีวิต อาหารกลางวันนั้นแทบไม่เคยตกถึงท้อง การเรียนก็แย่ลงมาก สอบได้แค่พอผ่าน จากที่เคยได้อันดับ 1 มาตลอด
ต่อมา ผู้ส่งเคสได้มาเรียนต่อที่วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และมีโอกาสมาพักอยู่ที่วัดปากน้ำหาดใหญ่ วันหนึ่งโรงเรียนหยุด ข้าวสารที่เอามาจากบ้านก็หมด เขาสงสารตัวเองมาก ไม่มีเงิน และไม่กล้าไปยืมใคร แม้กล้าก็คงไม่มีใครให้ยืม เขารักวัดเดิม ไม่อยากไปรับจ้างวัดอื่น เขาจึงทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์คือเอาน้ำลูบท้องและอธิษฐานขอหลวงปู่ วัดปากน้ำ เขาบอกว่าหลวงปู่ครับ สายแล้วลูกยังไม่มีข้าวจะหุงกิน ขอบารมีหลวงปู่ช่วยลูกด้วย เขาคิดว่าขอพระในวัดไม่ได้แล้วต้องไปขอหลวงปู่บนดุสิตบุรี ปรากฏว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อเขาเดินออกมาที่ข้างห้องพัก เห็นโต๊ะเหมือนโต๊ะนักเรียนวางอยู่ และมีห่อผ้าสีแดงวางอยู่ในโต๊ะนั้น เมื่อหยิบมาแกะดูก็พบว่าเป็นข้าวสาร ซึ่งตรงนั้นปกติไม่มีคนอื่นอยู่ และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนเอาผ้าแดงห่อข้าวสารมาวางไว้แบบนั้น วันนั้นเขาจึงมีข้าวสารหุงกิน และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือหลังหุงแล้วยังไม่ทันได้กิน ก็มีเพื่อนมาขอ หรือมีคนมาบอกว่าจะมีคนมาเลี้ยงอาหารในวันนั้น ทำให้เขาได้อาหารมาเป็นทีมเลย ชีวิตผู้ส่งเคสมีพี่น้องหลายคน แต่เขากลับต้องอดอยากลำบากมากกว่าพี่น้องคนอื่น โดยเฉพาะช่วงเรียนมัธยม เขาชอบชีวิตเด็กวัดมาก สงสัยว่าตัวเองจะสมัครใจมาเกิดในครอบครัวนี้
เนื้อเรื่อง
คุณพ่อของผู้ส่งเคสเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ย้ายมาอยู่ที่สตูลซึ่งเป็นป่าดงพงไพรหลังจากแต่งงานกับคุณแม่ คุณพ่อประกอบอาชีพหลากหลายและทำใหญ่ทีเดียว ทั้งเลี้ยงช้างลากซุง ทำไร่ทำสวน (สวนยาง สวนผลไม้ ทำนา) เข้าป่าล่าสัตว์เป็นประจำ ต่อมาได้ย้ายเข้ามาในเขตอำเภอเมือง ตอนที่ย้ายเข้ามานั้นท่านเป็นเศรษฐี เพราะขายช้างทั้งหมดได้เงินมากมาย หลังจากนั้นก็มาทำธุรกิจทำนา ทำสวนยาง เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เลี้ยงหมูขาย ถ้าเลี้ยงขายก็เรียกหมูเลี้ยง ต่อมาคุณพ่อได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ปกครอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน การเป็นผู้ใหญ่บ้านทำให้ท่านได้พัฒนาหมู่บ้านให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือท่านก็ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อ เป็นนักเลง เป็นเจ้ามือ
เนื่องจากมีวัดอยู่หน้าบ้าน คุณพ่อจึงมีโอกาสช่วยเหลืองานวัดอยู่บ่อยๆ และชักชวนคนในหมู่บ้านมาทำบุญ คุณพ่อได้มาทำบุญที่วัดพระธรรมกายหลายครั้ง ถึงกับชวนคนในหมู่บ้านเหมานรถบัสมา บางครั้งคนเยอะก็นั่งรถไฟมาหลายขบวน ท่านเป็นผู้นำบุญแบบธรรมดา แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องบุญมากนัก แต่ก็ได้มีโอกาสนั่งสมาธิสวนบัว 1 ครั้ง และบวชพระบวชสามเณรธรรมทายาทลูกชายคนเล็ก 1 ครั้ง
ชีวิตคุณพ่อประสบอุบัติเหตุจากรถหลายครั้ง ครั้งแรกโดนรถมอเตอร์ไซค์ชน บาดเจ็บไม่นาน ครั้งที่สองรถยนต์ที่นั่งไปงานแต่งงานพลิกคว่ำ บาดเจ็บสาหัสแต่รอดมาได้ ครั้งหลังสุดโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนในสถานที่เดียวกับที่โดนชนครั้งแรก คือหน้าบ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คราวนี้คุณพ่อบาดเจ็บสาหัสและไปสิ้นชีวิตที่โรงพยาบาล ท่านอายุได้ 59 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ไม่นานด้วย
คุณแม่เป็นแม่บ้านที่ดี หลังจากมีลูก 5 คน คุณแม่ก็เจ็บออดๆ แอดๆ มาตลอดชีวิต ท่านต้องทำปาณาติบาตอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะกุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ท่านไม่ไ่อยากทำเลย แต่จำเป็นเพราะไม่มีกับข้าว คุณพ่อจะฆ่าสัตว์ใหญ่ ส่วนสัตว์เล็กแม่รับอาสาเอง คุณแม่ชอบทำบุญมาก คอยอุปัฏฐากพระในวัดหน้าบ้านเป็นประจำ ทำปิ่นโตให้ลูกเอาไปส่งที่วัด โดยเฉพาะหน้าเทศกาลแม่จะเข้าไปช่วยงานในวัด ทำอาหารเลี้ยงพระเลี้ยงคน และฟังธรรม คุณแม่ได้มีโอกาสมาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย 1 ครั้งช่วงที่ยังแข็งแรงอยู่ ท่านชอบมาก แต่ต่อมาก็ป่วยหนักด้วยโรคเบาหวาน ทำให้ไตวาย เลือดในตัวเสีย ลูกๆ เฝ้าไม่กี่วันคุณแม่ก็สิ้นใจในปี พ.ศ. 2535 อายุได้ 44 ปี
ผู้ส่งเคสเติบโตมาในครอบครัวและสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ได้พบเจอประสบการณ์ชีวิตทั้งสุขสบายช่วงต้น และความลำบากอย่างมากในวัยเรียนมัธยม ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาสงสัยในความเป็นไปของชีวิตและกรรม
คำถาม
- คุณพ่อคุณแม่หลังตายแล้วไปอยู่ที่ไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่
- ทำไมคุณพ่อโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนที่เดิมถึง 2 ครั้งจนเสียชีวิต กรรมใดเกี่ยวข้องกับสถานที่ตรงนั้นหรือไม่
- กรรมอะไรทำให้คุณแม่ต้องป่วยด้วยโรคภัยตลอดเวลาจนสุดท้ายไตวายเสียชีวิต และจะหมดกรรมเมื่อไหร่
- ทำไมผู้ส่งเคสจึงมาเกิดในครอบครัวนี้ สงสัยว่าตัวเองสมัครใจมาและชอบชีวิตเด็กวัด
- กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสต้องอดอยากลำบากมากกว่าพี่น้องคนอื่น โดยเฉพาะช่วงเรียนมัธยม
- ห่อผ้าสีแดงที่มีข้าวสารช่วยให้รอดพ้นจากความหิวอย่างอัศจรรย์ในครั้งนั้นได้อย่างไร
- ในอดีตผู้ส่งเคสสร้างบารมีมากับหมู่คณะอย่างไรบ้าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่
เหตุใดคุณปู่จึงเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน และท่านตายแล้วไปไหน?
คุณตา (ฝ่ายมารดา) เก็บเงินสกุลจีนจำนวนมากไว้ แต่ถูกยกเลิกกลายเป็นเศษกระดาษ เป็นเพราะวิบากกรรมอะไร
คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปไหน และบุญที่ลูกอุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ ควรทำอย่างไรกับลูกหนี้รายล่าสุดที่คุณพ่อให้กู้ก่อนเสียชีวิต ควรฟ้องร้องหรือปล่อยไปตามกฎแห่งกรรมดี




