ผีหีบอ้อย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.331 ผีหีบอ้อย

ออกอากาศ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547

หีบอ้อยโบราณ

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เกิดเป็นลูกคนที่ 4 ในบรรดาพี่น้อง 4 คน บิดามารดาอพยพมาจากเมืองจีน หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงาน กระทั่งอายุ 26 ปี ในปี พ.ศ. 2533 ผู้ส่งเคสสามารถเปิดร้านขายจิวเวลรี่ได้เต็มตัว ฐานะดีขึ้นมากจึงได้ทำธุรกิจที่ดินควบคู่ไปด้วย อีก 3 ปีต่อมา ผู้ส่งเคสได้ซื้ออาคารพาณิชย์ 1 คูหา พร้อมที่ดินว่างข้างเคียงเพื่อทำเป็นสำนักงานใหม่ ได้สั่งซื้อของตกแต่งสำนักงานแบบโบราณที่ดัดแปลงมาจากรถเทียมเกวียนและล้อเกวียน ขณะที่เลือกซื้อของ ผู้ส่งเคสเห็นชั้นวางของที่ดัดแปลงมาจากหีบอ้อยโบราณ เกิดความรู้สึกอยากได้มาก แต่เจ้าของร้านไม่ยอมขาย ไม่ว่าจะให้ราคาเท่าไหร่ก็ตาม วันต่อมา ผู้ส่งเคสจึงยื่นคำขาดว่าจะยกเลิกสินค้าที่สั่งซื้อไว้ทั้งหมด หากเจ้าของร้านยังไม่ยอมขายชั้นวางของนั้น ทำให้เจ้าของร้านยอมขายให้ในที่สุด

เนื้อเรื่อง

หลังจากที่ผู้ส่งเคสนำชั้นวางของหีบอ้อยและของตกแต่งทั้งหมดเข้ามาในสำนักงานใหม่ ปัญหาและเรื่องราวแปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น เนื่องจากสำนักงานยังไม่พร้อมเปิด จึงไม่มีคนไปเฝ้า ผู้ส่งเคสได้นำสุนัขประมาณ 5-6 ตัวไปไว้ที่นั่นแทน ทุกคนที่ไปที่สำนักงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะตรงชั้นวางของหีบอ้อย เหมือนมีคนยืนมองอยู่นานๆ จนไม่มีใครกล้าไปที่นั่นอีก

ผู้ส่งเคสจึงพาคนรู้จักที่มีเซ้นส์เกี่ยวกับวิญญาณ 2 คนไปที่สำนักงาน เมื่อทั้งสองคนลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน พวกเขากลับเดินหันหลังกลับออกมาทันทีโดยไม่พูดอะไร เพียงบอกผู้ส่งเคสว่าให้พาพวกเขากลับบ้าน เพราะกลับไม่ถูก หมดแรงแล้ว ผู้ส่งเคสจึงพาพวกเขากลับบ้านก่อน

ระหว่างทางกลับบ้านกับภรรยา ผู้ส่งเคสรู้สึกตัวเบาๆ ลอยๆ จึงชะลอรถขับช้าๆ ไม่ใช่เพราะโรแมนติก แต่รู้สึกว่าต้องมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมาจากชั้นวางของที่ดัดแปลงมาจากหีบอ้อยโบราณ

ในความคิดที่แวบเข้ามานั้น เป็นภาพเรื่องราวในภพชาติก่อนที่ยังมีระบบเจ้าขุนมูลนายและระบบทาส ในชาตินั้น ผู้ส่งเคสได้จับชายเชื้อสายแขกคนหนึ่งซึ่งทำความผิดบางอย่างมาทำงานในโรงหีบอ้อย ได้จับเขาโซ่ล่ามติดกับเครื่องหีบอ้อยโบราณเพื่อให้เดินหมุนเฟืองเป็นการลงโทษ และใช้แรงงานเขาหนักเกินไปจนเขาตายตรงเครื่องหีบอ้อยนั่นเอง หลังเขาตาย วิญญาณของเขาเป็นผีอาฆาตต้องการทำร้ายผู้ส่งเคส ผู้ส่งเคสจึงจ้างหมอผีมาปราบและสะกดวิญญาณไว้ที่เครื่องหีบอ้อยนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เครื่องหีบอ้อยโบราณและดวงวิญญาณเขาก็ได้กลับมาพบผู้ส่งเคสอีกครั้งในชาตินี้ จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น ภาพเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในใจผู้ส่งเคสเป็นเรื่องเป็นราวอย่างชัดเจน

วันรุ่งขึ้น ผู้ส่งเคสและภรรยาได้ไปหาคนรู้จักที่มีเซ้นส์คนนั้นที่ทำงานของเขา คนนั้นเล่าให้ฟังว่าเมื่อเขาเข้าไปในสำนักงาน เขาเห็นวิญญาณชายแขกยืนอยู่ตรงชั้นวางของที่ดัดแปลงมาจากหีบอ้อย เขาจึงรีบกลับออกมาทันทีโดยไม่พูดอะไร ผู้ส่งเคสและภรรยาฟังแล้วรู้สึกงงมาก สงสัยว่าทำไมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในใจผู้ส่งเคสถึงตรงกันกับสิ่งที่คนมีเซ้นส์เห็น

ปัจจุบัน ผู้ส่งเคสได้นำชั้นวางของหีบอ้อยนั้นพร้อมอุปกรณ์สำนักงานทุกชิ้นไปถวายให้กับวัดที่จังหวัดนครปฐม เพื่อให้วิญญาณนั้นไปอยู่กับพระ ให้สิ่งของเป็นสมบัติพระศาสนาสืบไป

นอกจากปัญหาจากชั้นวางของแล้ว ภรรยาของผู้ส่งเคสป่วยเป็นเนื้ออกในสมองขนาดเท่าลูกกอล์ฟ ซึ่งเบียดเส้นประสาท ทำให้เวลาเกิดอาการจะชัก มือสั่น และเผลอกัดลิ้นตัวเอง แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคเหมือนลมบ้าหมู คุณครูไม่ใหญ่เห็นอาการและแนะนำวิธีป้องกันการกัดลิ้น ภรรยาได้ทำตามคำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ตลอดเวลาจนถึงวันผ่าตัด ผลการผ่าตัดภรรยาปรากฏว่าหายเป็นปกติทุกประการ ไม่มีผลข้างเคียงหลังผ่าตัด พักโรงพยาบาลเพียงคืนเดียวก็กลับบ้านได้ ความทรงจำไม่เลอะเลือน จำคนรู้จักทุกคนได้ ซึ่งต่างจากปกติของผู้ป่วยผ่าตัดสมองที่มักจะจำไม่ได้อย่างน้อย 3 เดือน ปากเบี้ยว มือสั่น มีอาการปล้ำๆ เผอๆ ประมาณ 1 ปีครึ่ง แต่ภรรยาผู้ส่งเคสไม่มีอาการเหล่านั้นเลย

ตัวผู้ส่งเคสเอง ในช่วงปี 2547 ถูกนำส่งโรงพยาบาลถึง 5 ครั้ง แต่ละครั้งเกิดอาการตอนหลับ สะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก น้ำลายฟูมปาก ตัวเขียว ต้องเข้า ICU แพทย์บอกว่ามาช้ากว่านี้คงไม่รอด ทุกครั้งที่เข้าโรงพยาบาล แพทย์บอกว่าผู้ส่งเคสมีอาการน้ำท่วมปอด ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและโรคไต

นอกจากนี้ ยังมีคดีความอาญาเรื่องเช็คที่ผู้ส่งเคสถูกฟ้อง แพ้มา 2 ศาลแล้ว ผู้ส่งเคสต้องการเจรจากับเจ้าหนี้ให้สำเร็จก่อนถึงการตัดสินในศาลฎีกา ทนายความแนะนำให้ทำใจให้ใสๆ แต่ผู้ส่งเคสและภรรยาใจยังไม่ตก ได้ตั้งใจสร้างบุญบารมีกับหลวงพ่อทุกบุญ ทำอย่างเต็มที่และเต็มกำลัง

ภรรยาผู้ส่งเคสมีพี่ชายซึ่งป่วยเป็นโรคตับแข็งจากการดื่มสุราเป็นอาจิณ และเสียชีวิตด้วยภาวะแทรกซ้อน ครอบครัวอยากทราบว่าพี่ชายไปอยู่ภพภูมิใดและรับบุญที่อุทิศไปให้ได้หรือไม่ และต้องการทราบว่าบิดามารดาผู้ส่งเคสซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว อยู่ภพภูมิใด สามารถรับบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ได้หรือไม่

คำถาม

  1. วิญญาณอาฆาตของชายแขกมีจริงหรือไม่ เขาได้ไปเกิดใหม่แล้วหรือยัง ถ้ายัง ทำอย่างไรเขาจึงจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี
  2. เรื่องราวในอดีตชาติที่แวบเข้ามาในใจผู้ส่งเคสเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เกิดขึ้นในใจได้อย่างไร
  3. การที่การค้าผู้ส่งเคสตกต่ำลง เป็นเพราะวิญญาณตนนั้น หรือเป็นเพราะกรรมอะไร และทำไมช่วงนั้นเศรษฐกิจทั่วโลกถึงตกต่ำลง
  4. ภรรยาผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรถึงเป็นเนื้ออกในสมองและต้องผ่าตัด และเพราะบุญอะไรที่ทำให้ผ่าตัดหายโดยไม่มีผลข้างเคียงเลย
  5. ผู้ส่งเคสมีกรรมอะไรจึงมีอาการน้ำท่วมปอดเกือบตายมาหลายครั้ง จะหลุดพ้นจากคดีความได้ไหม และควรทำตัวอย่างไรก่อนถึงการตัดสินชั้นฎีกาเพื่อให้เจรจาเจ้าหนี้สำเร็จ
  6. พ่อแม่ผู้ส่งเคสตอนนี้อยู่ภพภูมิไหน สามารถรับบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ได้หรือไม่
  7. พี่ชายภรรยาป่วยเป็นโรคตับแข็งเพราะดื่มสุราเสียชีวิตไปอยู่ภพภูมิไหน สามารถรับบุญที่ทุกคนอุทิศให้ได้หรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

บุญบวชพระลูกชาย ปิดอบาย แม้มีอาจิณกรรม

คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปไหน และบุญที่ลูกอุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ ควรทำอย่างไรกับลูกหนี้รายล่าสุดที่คุณพ่อให้กู้ก่อนเสียชีวิต ควรฟ้องร้องหรือปล่อยไปตามกฎแห่งกรรมดี

งุบงิบงบ

บุพกรรมใดทำให้น้าสาวมีพังผืดกั้นในมดลูก จนลูกนอนตัวขวาง ได้รับอาหารน้อย ในขณะที่แม่น้ำหนักมากผิดปกติ เป็นกรรมร่วม หรือกรรมส่วนตัว?

ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องมาไถเกวียนแทนควาย

โยมแม่เกิดมาในครอบครัวชาวไร่ ต้องลำบากตั้งแต่เด็ก ถูกโกงที่ดิน ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ เป็นเพราะวิบากกรรมใด จะแก้ได้อย่างไร ปัจจุบันแม่ปวดหัวหนักเหมือนมีตัวอะไรกัดกินสมองและท้อง เป็นเพราะวิบากกรรมใด จะทำบุญอะไรจึงจะอยู่สุขและหายขาดในชาตินี้

ประธานชมรมพุทธ

น้องชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปอยู่ภพภูมิใด มีบุพกรรมอย่างไร อุทิศบุญให้ได้หรือไม่ ฝากอะไรถึงครอบครัวบ้าง

สามีเป็นแมงดา ภรรยาเป็นโสเภณี เพราะ

คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกส่งไปหรือไม่ และท่านมีอะไรฝากบอกถึงคุณแม่และลูกๆ บ้างหรือไม่

ไม่ได้มาง้อแต่มาขอร่ำลา

คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา