หนึ่งสมองสองมือหรือว่าบุญ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.343 หนึ่งสมองสองมือหรือว่าบุญ

ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

หนึ่งสมองสองมือหรือว่าบุญ

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นลูก รับราชการเป็นแพทย์ระดับ 8 หัวหน้าแผนกเวชกรรมสังคม ชีวิตในวัยเด็กของท่านลำบากมาก คุณพ่อรับราชการเป็นศึกษาธิการ มีบุตรถึง 5 คนที่ต้องส่งเสียเล่าเรียน คุณแม่เป็นแม่บ้าน หลายครั้งที่ต้องยืมเงินจากคนข้างบ้านหรือเพื่อนคุณพ่อมาใช้จ่าย ลูกทุกคนต้องทำงานเสริม เช่น พับถุงกระดาษขาย ทอเสื่อ มัดแฝก เลี้ยงหมู เพื่อหาเงิน ทุกคนจบการศึกษาได้ ในเดือนธันวาคม 2540 ผู้ส่งเคสได้ไปปฏิบัติธรรมที่ดอยสุเทพปุย และปวารณาตัวเชิญชวนผู้มีบุญมาสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว ได้เชิญชวนญาติและเพื่อนสร้างพระแกนกลางได้ 32 องค์ ซึ่งท่านถือเป็นความอัศจรรย์ ต่อมาได้ช่วยชวนคนมาบวชอุบาสิกาแก้วได้ถึง 13 คันรถบัส ซึ่งเป็นครั้งแรกของจังหวัดอุทัยธานี ทำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดต้องออกมาช่วยส่งคนขึ้นรถด้วยตนเองตอนตีสอง สิ่งเหล่านี้เพิ่มความปิติใจให้ผู้ส่งเคสมาก หลังจากการจัดงานบุญนั้น ท่านก็ได้ทำบุญและมาวัดเกือบทุกวันอาทิตย์ รู้สึกสบายใจ มีที่พึ่ง มีเป้าหมาย

เนื้อเรื่อง

หลังจากผู้ส่งเคสรู้สึกปิติใจกับการสร้างบารมีและมาวัดเกือบทุกวันอาทิตย์ สามีของท่านกลับไม่เห็นด้วย ได้ขอร้องแกมบังคับไม่ให้มาวัดในช่วงที่มีข่าวเกือบ 2 ปี แม้จะถูกห้าม แต่ผู้ส่งเคสก็ยังคอยฟังข่าว ทำบุญอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่มากนัก บางครั้งก็มาวัดบ้างแต่ต้องรีบกลับ อยู่ไม่เต็มวัน

สามีของผู้ส่งเคสเป็นคนเรียนเก่งมาก เคยได้รับทุนไปเรียนที่อเมริกา 1 ปี เคยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และเป็นแพทย์เฉพาะทางสัญศาสตร์ ระบบทางเดินปัสสาวะ ต่อมาได้ลาออกจากราชการไปทำงานเอกชน เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลรวมแพทย์ ชัยนาท เป็นเวลา 6 ปี

จนกระทั่งสามีมีอาการป่วยเป็นโรคประสาท ได้รับการผ่าตัด 2 ครั้ง ต้องดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น จึงลดกิจกรรมต่างๆ ลง สุดท้ายก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าทางจิตประสาท ท่านเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์รวม 2 ปี สภาพจิตใจเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณเดือนตุลาคม 2546 สามีของผู้ส่งเคสบอกว่าอยากพ้นทุกข์ ผู้ส่งเคสถามว่าคิดฆ่าตัวตายหรือเปล่า สามีก็พยักหน้ารับ บอกว่าเป็นความคิดที่แวบเข้ามาโดยห้ามไม่ได้ ซึ่งตัวสามีเองก็กลัวอารมณ์แบบนี้มาก เพราะเป็นแพทย์จึงรู้ว่าอาการนี้แสดงว่าเป็นมากแล้ว

จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2546 สามีกลับมาบ้านตอนเย็น ไม่เจอผู้ส่งเคสที่ไปรักษาคนไข้ที่คลินิก ประมาณ 20:00 น. สามีเดินมาไหว้พ่อกับแม่ของผู้ส่งเคส พูดอะไรบางอย่าง 2-3 คำ แต่แม่ฟังไม่รู้เรื่องเพราะฤทธิ์ยาทำให้ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด พ่อกับแม่ไม่ได้ระแวง สามีจึงเอาพินัยกรรมมาให้ดู พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ดู สามีจึงถือขึ้นไปบนห้อง สักพักเสียงปืนก็ดังขึ้น พี่สาวของผู้ส่งเคสที่บ้านอยู่ใกล้ๆ รีบขึ้นไปดู พบร่างสามีที่หมดลมหายใจนอนจมกองเลือด พร้อมเอกสารสำคัญวางอยู่รอบกาย เตรียมไว้สำหรับผู้ที่ยังอยู่จะได้ไม่ต้องค้นหา ขณะนั้นสามีอายุ 53 ปี

ก่อนที่สามีจะเสียชีวิต ผู้ส่งเคสมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนชายคนหนึ่ง เพื่อนชายท่านนี้อายุ 26 ปี สามีของผู้ส่งเคสไม่ชอบเขาเลย เพื่อนคนนี้ทำงานด้านศิลปะได้ดีมาก มักได้รับรางวัลเสมอ ทั้งระดับจังหวัด เขต ประเทศ มีจิตใจดี ชอบทำบุญให้ทาน แต่นิสัยฉุนเฉียวง่าย เขามีบางอย่างที่น่าสนใจคือมีสัมผัสที่ 6 หรือ 6 sense สามารถคาดการณ์อะไรได้ถูกต้อง บางครั้งฝันเห็น บางครั้งคิดเอง เช่น บอกว่าวันนี้มาวัดจะเก็บเงินได้ 100 บาท ก็มีคนทำเงินตกไว้ 100 บาท เขาก็เก็บได้จริง หรือบอกว่าวันนี้รถจะมีเรื่องในลานจอดรถ วันนั้นรถก็ถูกเฉี่ยวจริง เขาบอกว่าเหมือนมีคนมาบอก และเชื่อว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เสียชีวิตแล้วมาคอยเตือน แต่ก็เป็นความเชื่อ บางอย่างเชื่อแล้วใช่ บางอย่างเชื่อแล้วไม่ใช่ และบางทีเชื่อแล้วก็ชอบเชื่อก็แปลก เพื่อนคนนี้บางครั้งก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนผีอำเป็นประจำ, ปัจจุบันผู้ส่งเคสก็พาเพื่อนท่านนี้ไปทำบุญที่วัด ทำให้เขามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คิดเรื่องผีๆ น้อยลง ทั้งสองคบหากันในฐานะเพื่อนเรื่อยมาจนกระทั่งสามีเสียชีวิต

คำถาม

  1. ทำไมชีวิตครอบครัวของผู้ส่งเคสตอนเด็กๆ จึงลำบาก? สามีของผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาจึงเป็นโรคซึมเศร้าจนฆ่าตัวตาย นอกจากอาการของโรคแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายอีกหรือไม่? เพื่อนชายของผู้ส่งเคสคนนั้นมีผลต่อการตัดสินใจฆ่าตัวตายของสามีหรือไม่?
  2. ผู้ส่งเคส สามี และเพื่อนชาย เคยมีวิบากกรรมร่วมกันมาหรือไม่?
  3. จิตสุดท้ายของสามีขุ่นมัวหรือผ่องใส? ในช่วง 7 วันหลังตาย เขาไปอยู่ที่ไหน? ทำไมผู้ส่งเคสไม่รู้สึกว่าเขาอยู่ใกล้ๆ เลย? ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง?,
  4. การที่สามีห้ามไม่ให้ผู้ส่งเคสไปทำบุญร่วมกับหมู่คณะนั้น หลังตายแล้วเขาจะได้รับผลกรรมอย่างไร? เมื่อต้องเกิดมาใหม่จะเป็นอย่างไร? และเขาจะพ้นจากวิบากกรรมเหล่านั้นได้อย่างไร?,
  5. ลูกของผู้ส่งเคสจะมีอาการทางประสาทจนต้องฆ่าตัวตายเหมือนพ่อหรือไม่? ผู้ส่งเคสจะต้องดูแลบุตรอย่างไรดี?
  6. เพื่อนชายของผู้ส่งเคสคนนี้มีวิบากกรรมอะไรจึงได้เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน? ทำไมจึงชอบงานศิลปะ เขาเคยเป็นสายวิทยาธรเก่าหรือไม่? การที่เขามีเซนส์ดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ หากจริง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขาหรือไม่ หากไม่ดีจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?,
  7. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ชาตินี้ต้องทำอย่างไรจึงจะกลับดุสิตบุรีวงบุญพิเศษพร้อมกับหมู่คณะได้?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ผมขาดรอยยิ้มคุณไม่ได้

คุณพ่อเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศไปให้หรือไม่ มีข้อความฝากมาถึงผู้ส่งเคสบ้างไหม เพราะเหตุใดชีวิตวัยเยาว์ของผู้ส่งเคสจึงลำบาก ควรแก้ไขอย่างไร และทำอย่างไรคุณแม่ถึงจะมีความสุขในบั้นปลายชีวิต

เสียดายจัง

หลานชายกระโดดตึกฆ่าตัวตายใช่หรือไม่? ทำไมถึงทำเช่นนั้น? เพราะวิบากกรรมใดถึงทำให้อายุสั้นและเสียชีวิตในสภาพกระดูกหัก 3 ส่วน? หลานชายตายแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร?

ครอบครัวขัดสนเพราะการพนัน

ทำไมแม่ต้องเกิดในครอบครัวแตกแยก มีชีวิตลำบาก และถูกขังในวัยเด็กทั้งที่ไม่ได้ทำผิด?

เจ้าที่อยากแต่งงาน

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:

จะตายที่ไหน

คุณตาซึ่งรับราชการซื่อสัตย์ แต่ฆ่าสัตว์และเป็นสายลับชี้จุดทิ้งระเบิด จะได้รับผลบุญและวิบากกรรมอย่างไร? ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่?

ถ้าฉันรวยจะสวยให้ดู

พี่สาวคนรองเสียชีวิตเพราะกรรมใด ไปอยู่ที่ภพภูมิใด มีข้อความฝากถึงครอบครัวหรือไม่ อดีตเคยปฏิบัติธรรมใดจึงรักการไม่กินเนื้อสัตว์ และได้รับบุญจากการไม่กินเนื้อสัตว์หรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา