
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.391 ลูกจ๋าแม่ไปสวรรค์ไม่ถูก
ออกอากาศ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
ไปสวรรค์ไม่ถูก | ขวนขวายทำบุญจะมีบุญมากกว่า
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นลูกที่เข้าวัดพระธรรมกายและทำบุญทุกบุญมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 23 ปี ตักบาตรทุกวันไม่เคยขาด มีความตั้งใจในการตอบแทนพระคุณบุพการีอย่างถูกหลักวิชชาในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ผู้ส่งเคสรักและเป็นห่วงคุณแม่มาก พยายามหาหนทางให้ท่านเข้าใจเรื่องบุญ แม้ท่านจะจากไปแล้วก็ยังพยายามสื่อสารและนำบุญไปให้ท่านจนถึงที่สุด เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีสูง
เนื้อเรื่อง
(ความยาว: 1492 อักษร)
เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากผู้ส่งเคสที่เข้าวัดพระธรรมกายและสั่งสมบุญมาอย่างยาวนานกว่า 23 ปี โดยตักบาตรทุกวันไม่เคยขาด ด้วยความกตัญญูต่อบุพการี ผู้ส่งเคสจึงอยากตอบแทนพระคุณท่านอย่างถูกหลักวิชชาในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนจีนแท้ๆ ซึ่งมีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาและการทำบุญน้อยมาก ท่านมีความเชื่อว่าการเชือดไก่ไหว้เจ้าเป็นการได้บุญ และมักจะฆ่าสัตว์ทำอาหารด้วยตัวเองเป็นประจำ โดยไม่ทราบว่าสิ่งนี้เป็นบาป
เมื่อคุณแม่อายุมากขึ้น น้ำหนักตัวมากจึงเดินไม่ค่อยได้ ทำให้ท่านชอบอยู่แต่ในห้องและไม่ได้มาวัด ผู้ส่งเคสจึงนำเงินไปมอบให้ท่านทุกครั้งและทุกบุญ โดยบอกว่าเป็นเงินของแม่ ให้ท่านนำไปทำบุญและอธิษฐาน และยังนำบุญที่ตัวเองทำไปให้ท่านอนุโมทนาที่บ้านเสมอ แม้บางครั้งคุณแม่จะนำเงินของตัวเองทำบุญบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะท่านยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องบุญเท่าใด แต่ด้วยความรักที่มีต่อลูก เมื่อลูกพูดให้ท่านทำบุญ ท่านก็เต็มใจทำตามทุกครั้ง
ผู้ส่งเคสได้ติดจานดาวธรรมให้คุณแม่ดูเพื่อหวังให้ท่านเข้าใจเรื่องบุญมากขึ้น แต่เนื่องจากท่านมีพื้นฐานความเข้าใจน้อย การสร้างความเข้าใจจึงต้องใช้เวลามาก อนิจจา เวลาชีวิตของคุณแม่ไม่เพียงพอที่จะทำความเข้าใจเรื่องบุญได้ทั้งหมดก่อนจากโลกนี้ไป ท่านเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวขณะนอนหลับในเช้าวันที่ 16 กันยายน 2547 ทำให้ผู้ส่งเคสไม่ได้ตั้งตัวและกังวลมากว่าท่านจะไปไม่ดี เพราะท่านยังไม่รู้หลักวิชชาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตหลังความตาย
พี่น้องของผู้ส่งเคสและตัวผู้ส่งเคสเองต่างสัมผัสได้ตรงกันว่า คุณแม่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านหลังเสียชีวิต โดยได้กลิ่นแป้งที่คุณแม่ใช้ ผู้ส่งเคสจึงนึกถึงหลักวิชชาที่ว่ากายละเอียดจะยังคงวนเวียนอยู่ 7 วันก่อนเจ้าหน้าที่เขตจะมารับตัว ด้วยความเชื่อว่าคุณแม่ยังอยู่และอาจไม่รู้ตัวว่าเสียชีวิตแล้ว ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจเข้าไปในห้องของคุณแม่ ยกเก้าอี้มาตั้งให้ท่านหนึ่งตัว และพูดคุยกับท่าน ทำเหมือนตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยบอกว่าท่านเสียชีวิตแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ให้นึกถึงบุญที่เคยทำร่วมกัน และให้ไปสวรรค์
ผู้ส่งเคสได้หยิบรูปงานบุญต่างๆ ที่ไปทำที่วัดให้ท่านดู และโอบกอดท่านเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ โดยรู้สึกเหมือนได้กอดคุณแม่จริงๆ สัมผัสได้ว่ามีอะไรอยู่กลางอากาศที่มองไม่เห็น จากนั้นจึงเปิด VCD งานบุญ ทบทวนบุญทุกบุญให้คุณแม่ฟัง และบอกท่านว่าจะทำบุญกฐินจักรพรรดิให้ โดยใส่ชื่อคุณแม่เป็นประธานกอง
คืนวันเดียวกับที่ทำบุญกฐินจักรพรรดิให้คุณแม่ (ซึ่งเป็นวันที่ 4 หลังท่านเสียชีวิต) น้องสาวของผู้ส่งเคสฝันว่าคุณแม่มาถามว่า "ไปสวรรค์ไปอย่างไร แม่ไปไม่ถูก" ทำให้ผู้ส่งเคสคิดว่าคุณแม่ยังวนเวียนอยู่และอาจยังนึกถึงบุญไม่ได้ แม้จะสื่อสารกันไม่ได้ ผู้ส่งเคสก็ยังหาหนทางนำบุญมาถึงบ้าน โดยจัดพิธีทำบุญถวายสังฆทานและภัตตาหาร โดยนิมนต์พระมาที่บ้าน เพื่อให้คุณแม่ซึ่งอยู่ที่บ้านได้ออกมาทำบุญและรับบุญด้วยกัน เผื่อจะทำให้ท่านนึกถึงบุญออก นอกจากนี้ยังเขียนบัญชีบุญที่เคยชวนคุณแม่ทำเป็นข้อๆ พร้อมรูปถ่ายตอนทำบุญ วางไว้ในห้องท่าน และเปิด VCD บุญวนซ้ำๆ ทิ้งไว้
เมื่อครบกำหนด 7 วันหลังการเสียชีวิตของคุณแม่ ผู้ส่งเคสจึงนั่งสมาธิ ทบทวนบุญทั้งหมดที่เคยทำมา 23 ปี และอุทิศให้ท่าน จนได้ยินเสียงแว่วมาว่าให้ไปนอนได้แล้ว เพราะคุณแม่ไปดีแล้ว
ผู้ส่งเคสยังได้เล่าถึงคุณแม่สามีที่เสียชีวิตก่อนคุณแม่ของตนเองเพียง 5 วัน ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ คุณแม่สามีมีอัธยาศัยและความเข้าใจเรื่องบุญต่างจากคุณแม่ของตนเองมาก ท่านเข้าใจได้ง่าย เห็นคุณค่าและรีบขวนขวายทำบุญด้วยตนเอง ท่านพยายามมาวัดพระธรรมกาย และใช้เงินตัวเองทำบุญทุกบุญ แม้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลยังขอพยาบาลยืมเงินทำบุญ และเก็บน้ำผลไม้ของโรงพยาบาลไว้ตักบาตรพระ คุณแม่สามีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2547 อายุ 86 ปี ส่วนคุณพ่อสามีอายุ 94 ปี ยังมีชีวิตอยู่ แต่มีอาการลอยๆ เฉยเมย ไม่ค่อยพูด เวลาให้ปัจจัยทำบุญก็เฉย แพทย์บอกว่าเป็นอาการของโรคซึมเศร้า แนะนำให้ลูกหลานเข้าไปคุยบ่อยๆ เปิดเทปธรรมะให้ฟัง ครอบครัวทางบ้านสามีต่างนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน
ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้
คำถาม
- หลังคุณแม่เสียชีวิต ท่านยังวนเวียนอยู่ที่บ้านจริงหรือไม่
- การที่ลูกเข้าไปคุยกับคุณแม่ในห้องและทำบุญที่บ้าน คุณแม่รับรู้ได้มากน้อยแค่ไหน
- ทำไมคุณแม่จึงมาเข้าฝันน้องสาวว่า "ไปสวรรค์ไปอย่างไร แม่ไปไม่ถูก"
- บุญกฐินจักรพรรดิที่ใส่ชื่อคุณแม่เป็นประธานกอง ท่านได้รับบุญนี้หรือไม่
- การทำบุญภายใน 7 วันหลังเสียชีวิต มีผลช่วยคุณแม่อย่างไรบ้าง
- ตอนนี้คุณแม่อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง และอยากฝากข้อความอะไรถึงลูกๆ
- บุญจากการสร้างพระธรรมกายประจำตัวและบุญที่หลานชายบวชให้ ส่งผลถึงคุณแม่อย่างไร และท่านได้รับบุญมากน้อยแค่ไหน
- คุณแม่สามีเสียชีวิตแล้วไปอยู่ไหน อยากฝากข้อความอะไรมาถึงลูกๆ และสามี
- การที่คุณแม่สามีขวนขวายทำบุญด้วยตนเองอย่างเข้าใจ ต่างจากคุณแม่ของผู้ส่งเคสที่ส่วนใหญ่อนุโมทนาและใช้เงินลูกทำบุญอย่างไร
- ทำไมคุณพ่อสามีถึงมีอาการลอยๆ จะต้องแก้ไขได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ท่านเข้าใจเรื่องบุญและได้บุญมากที่สุด
- ครอบครัวทางบ้านสามีต่างนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน เป็นเพราะวิบากกรรมใด และต้องแก้ไขอย่างไร
- ลูกสามีสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร และหากต้องการตามติดไปสร้างบารมีด้วยทุกชาติจะต้องทำอย่างไรบ้าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
เป็นเพราะวิบากกรรมใด ลูกสาวและเลขาถึงได้ถูกบังคับเอาตัวไป ชาย 3 คนนั้นมีวิบากกรรมร่วมกันมาอย่างไร จุดเริ่มต้นของวิบากกรรมนี้เกิดเมื่อไหร่ ทำอย่างไรถึงจะตัดวงจรวิบากกรรมนี้ได้ ลูกสาวและเลขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าเสียชีวิตแล้วชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ทำไมถึงฝันเห็นบ่อยๆ และบุญต่างๆ ที่ทำให้อย่างสร้างพระธรรมกายประจำตัว ช่วยลูกสาวอย่างไรบ้าง มีข้อความฝากมาไหม และเคยเกิดเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือไม่.
หลานชายกระโดดตึกฆ่าตัวตายใช่หรือไม่? ทำไมถึงทำเช่นนั้น? เพราะวิบากกรรมใดถึงทำให้อายุสั้นและเสียชีวิตในสภาพกระดูกหัก 3 ส่วน? หลานชายตายแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร?
ทำไมช่วงแรกคุณพ่อจึงใจร้ายกับคุณแม่และลูกๆ มาก? มีคนพาคุณพ่อไปนรกสวรรค์จริงหรือไม่?
เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม
ขณะนี้โยมแม่ไปอยู่ที่ไหน มีความรู้สึกอย่างไร มีอะไรฝากถึงพระลูกชายหรือไม่ และบุญที่พระลูกชายตั้งใจบวชอุทิศตนส่งผลต่อท่านอย่างไรในปรโลก,
เมื่อคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหนและมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง






