ผมจะทำทุกอย่างให้คุณ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.694 ผมจะทำทุกอย่างให้คุณ

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549

กระเป๋าสตางค์หาย น่าสนใจ

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสท่านนี้เป็นลูกผู้หญิง เป็นผู้นำบุญอยู่ที่ประเทศเบลเยียม ทำบุญสร้างบารมีกับหมู่คณะมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ได้ติดตามรายการเคสสตั๊ดี้ในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ผู้ส่งเคสได้เรียนรู้ธรรมะและเข้าใจกฎแห่งกรรมได้เป็นอย่างดี

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นที่จังหวัดหนองคาย อันเป็นภูมิลำเนาของคุณพ่อผู้ซึ่งเป็นคนพูดน้อย ขยันขันแข็ง และเข้มงวดกับลูกๆ คุณพ่อมีอาชีพเป็นเกษตรกรและค้าขาย ท่านมีความสามารถพิเศษในการสานเครื่องใช้จากไม้ไผ่และหวาย เช่น เข่ง ตะกร้า หมวก กระติ๊บข้าวเหนียว กระด้ง และอุปกรณ์หาปลา เมื่อลูกๆ เติบโตขึ้น คุณพ่อก็หันหน้าเข้าวัด เป็นกำลังสำคัญในการดูแลวัดใกล้บ้านในช่วงบั้นปลายชีวิต ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2534 คุณพ่อล้มป่วยด้วยโรคถุงน้ำดีอักเสบ ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน และเสียชีวิตในอีกประมาณ 5 เดือนต่อมา สิริอายุ 74 ปี

คุณแม่เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ควบคู่ไปกับการทำสวนทำไร่ ท่านขยันหมั่นเพียร มีฝีมือในการทอผ้าไหม เป็นคนพูดน้อยเช่นเดียวกับคุณพ่อ ทำให้บรรยากาศในบ้านเงียบ ท่านไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน แต่ชอบสวดมนต์และไปทำบุญที่วัดบ่อยๆ ท่านสงวนเวลาไว้ทำความละเอียด เคร่งครัดในการเลี้ยงดูลูก สอนให้พูดจาไพเราะ โดยเฉพาะลูกสาว ต้นปี พ.ศ. 2526 คุณแม่ล้มป่วยหนักด้วยวัณโรคปอด มีไข้สูง ผอมลง ทานอาหารได้น้อย และอยากแต่จะหลับ สภาพร่างกายทรุดลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในเวลาประมาณ 2 เดือนต่อมา

ผู้ส่งเคสเป็นลูกคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน เมื่ออายุได้ 17 ปี ถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับหนุ่มพ่อค้าที่รับซื้อพืชผลทางการเกษตร ซึ่งแก่กว่า 5 ปี อยู่กินกันมา 9 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน ในช่วงที่คุณแม่ป่วยหนัก ผู้ส่งเคสไปนอนเฝ้าดูแลท่านที่โรงพยาบาล การกระทำนี้ทำให้สามีไม่พอใจ เพราะรังเกียจกลัวจะติดเชื้อวัณโรค สามีพูดจาดูหมิ่นไม่เคารพคุณพ่อคุณแม่ของผู้ส่งเคส เรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจหย่าขาดจากสามีคนแรกและกลับไปดูแลคุณแม่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างใกล้ชิด คุณแม่เสียชีวิตในอีก 8 วันต่อมา

หลังงานศพคุณแม่ ผู้ส่งเคสสมัครไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ มีหน้าที่ทำอาหารและเลี้ยงเด็กในบ้านนายจ้าง งานหนักและเหนื่อย แต่ได้เงินเดือนน้อย ทำได้ 2 ปีจึงกลับเมืองไทย จากนั้นมาหางานทำที่กรุงเทพฯ เป็นพนักงานร้านเสริมสวย ทำงานประมาณ 1 ปี ก็มีคนชวนไปทำงานร้านอาหารที่ประเทศเบลเยียม วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2529 ผู้ส่งเคสเดินทางถึงเบลเยียม แต่กลับพบเรื่องไม่คาดฝัน กระเป๋าเดินทางหาย เสื้อผ้าและของใช้มูลค่ากว่า 40,000 บาทหายไปพร้อมกระเป๋า ทำให้รู้สึกหมดหวัง เพราะเหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวติดตัว

ขณะที่กำลังสับสน มีชายชาวเบลเยียมอายุประมาณ 45 ปี เข้ามาสอบถามเรื่องราว เขาดูท่าทางใจดี พอทราบเรื่องก็รับเป็นธุระช่วยติดต่อตามหากระเป๋าให้ ตั้งแต่วันนั้น ชายผู้นี้ก็ติดต่อและแวะเวียนมาหาที่ร้านอาหารเดือนละครั้ง บอกว่าสงสาร และมักให้เงินติดตัวครั้งละ 5,000-10,000 ฟรังก์ ชายผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นนักธุรกิจใหญ่ เป็นประธานบริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเบลเยียม เขามีครอบครัวแล้ว มีภรรยาและลูกสาว 2 คน แต่ในช่วงที่พบผู้ส่งเคส เขากำลังทะเลาะกับภรรยารุนแรงถึงขั้นจะแยกทาง

3 เดือนต่อมา มีชายชาวเบลเยียมอีกคนอายุประมาณ 51 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเล็กๆ ในย่านนั้น มาทานอาหารและดื่มเหล้าที่ร้าน เขาแสดงความสนใจในตัวผู้ส่งเคสอย่างชัดเจน บอกว่ากำลังมีทุกข์หนักเพราะภรรยาหนีไปมีสามีใหม่ แต่พอเจอผู้ส่งเคสแล้วรู้สึกสดชื่นเหมือนเจอแสงสว่าง เขามาที่ร้านสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อจะได้พบผู้ส่งเคส คบกันได้ระยะหนึ่ง เขาก็ขอแต่งงาน ผู้ส่งเคสเห็นว่าเขามีความจริงใจ ดูเป็นที่พึ่งที่ดีได้ จึงคิดจะแต่งงานด้วย ผู้ส่งเคสและเพื่อนหญิงที่ทำงานด้วยกันอยากออกจากร้านอาหารที่ทำอยู่ เพราะงานหนักเกินไป จึงขอให้ชายชาวเบลเยียมคนนี้ช่วย ซึ่งเขาก็จัดการให้สำเร็จ

ส่วนชายนักธุรกิจใหญ่คนแรกยังคงมาหาเดือนละครั้งตามปกติ ไม่ทราบว่ามีชายอีกคนมาหาถึงเดือนละ 8 ครั้ง เมื่อทราบว่าผู้ส่งเคสย้ายออกจากร้านไปแล้ว เขาก็พยายามตามหาจนพบ ผู้ส่งเคสเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กับเพื่อนอีกเมืองหนึ่ง เมื่อพบกัน ผู้ส่งเคสบอกเขาว่าได้เจอคนที่คิดจะแต่งงานด้วยแล้ว ชายคนแรกซึ่งเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตัวเอง ได้คุกเข่าลงจับมือ กอดขา และกราบผู้ส่งเคสพร้อมร้องไห้ พร่ำบอกว่ารักมาก ไม่อยากเสียไป และขอช่วยอีกครั้ง ถามว่าต้องการอะไร เขารู้ว่าผู้ส่งเคสอยากกลับเมืองไทยมาก มีลูกเล็กๆ มีพ่อแก่ๆ รออยู่ที่นั่น เขาเสนอตัวอยากช่วยเหลือ อยากทำทุกอย่างให้ ผู้ส่งเคสฟังแล้วคิดว่าผู้ชายคนนี้เข้าใจความต้องการของตนเอง เพราะอยากกลับเมืองไทยจริงๆ แต่ยังเก็บเงินได้ไม่พอ เขาถามว่าต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะกลับได้ ผู้ส่งเคสตอบอย่างไม่มั่นใจว่า 1 ล้าน (ฟรังก์เบลเยียม) เขามีสีหน้าดีใจ เต็มไปด้วยความหวัง ควักเงินออกมา 2 ปึก ปึกละ 500,000 ฟรังก์ วางใส่ในมือผู้ส่งเคสทันที พร้อมจัดการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเร่งด่วนให้ อีก 3 วันต่อมา ผู้ส่งเคสก็กลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่ได้เรียกร้องหรือมีข้อผูกมัดใดๆ นอกจากคำพูดว่า อย่าลืมฉัน ซึ่งขณะนั้นเขายังไม่เป็นอิสระ ยังมีภรรยาอยู่

ขณะอยู่เหนือท้องฟ้ายุโรป ผู้ส่งเคสรู้สึกสับสน ไม่รู้จะอธิบายให้ชายคนที่ขอแต่งงานเข้าใจและไม่เสียใจได้อย่างไร จึงตัดสินใจจากมาโดยไม่ได้กล่าวคำอำลา ความจริงแล้วผู้ส่งเคสไม่ได้อยากแต่งงาน เพียงแต่อยากสร้างหลักฐานให้ตนเองและอยู่กับญาติพี่น้องที่เมืองไทย หลังกลับเมืองไทย ผู้ส่งเคสซื้อที่ดิน ปลูกบ้านเสร็จเรียบร้อยต้นปี พ.ศ. 2530 และทำธุรกิจซื้อขายที่ดินจนเป็นที่รู้จักในท้องถิ่น เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ชายนักธุรกิจใหญ่คนสำคัญของชีวิตก็เดินทางมาเยี่ยมที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อดูความเป็นอยู่ อยู่ได้ 1 สัปดาห์ก็กลับ ปีต่อมา เขาขยายธุรกิจไปลงทุนที่สหรัฐอเมริกา เขาให้เลขาดำเนินการเรื่องวีซ่าและจองตั๋วให้ผู้ส่งเคสไปอเมริกา ผู้ส่งเคสไปเที่ยวอเมริกาประมาณเดือนเศษกับเขา แต่ยังคงไม่มีพันธะสัญญาว่าจะแต่งงานกัน เพราะเขายังไม่หย่าขาดจากภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 เขาหย่าขาดจากภรรยาเรียบร้อยแล้ว เขาพาผู้ส่งเคสไปเที่ยวอเมริกาอีกครั้ง หลังกลับจากอเมริกา เขาพาผู้ส่งเคสไปดูคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาด 24 ไร่ ที่ห่างไกลจากเมืองหลวงของเบลเยียม ขณะเดินชม เขาก็บอกว่าคฤหาสน์นี้ไม่ได้สร้างไว้เพื่ออยู่คนเดียว ปี พ.ศ. 2535 เขาก็บินมาจดทะเบียนสมรสกับผู้ส่งเคสที่เมืองไทย และพาผู้ส่งเคสกลับไปอยู่คฤหาสน์หลังนั้น ผู้ส่งเคสจะกลับมาเยี่ยมลูกทั้ง 3 คนที่เมืองไทยปีละ 2 ครั้ง

ปี พ.ศ. 2536 ผู้ส่งเคสบินกลับมาคลอดลูกสาวที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อลูกแข็งแรงก็บินกลับเบลเยียม ปลายปีเดียวกันนั้น สามีล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบ ต้องเข้ารับการผ่าตัด ในปีนั้นเอง คฤหาสน์ก็ถูกปล้น สูญเงินในตู้เซฟไป 13 ล้านบาท เหตุการณ์ร้ายๆ ดูเหมือนจะถาโถมเข้ามา ทั้งสุขภาพสามีที่ทรุดโทรม และวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้บริษัทขาดทุนและเป็นหนี้ สามีตัดสินใจมอบงานให้ผู้บริหารระดับรอง ส่วนตนเองขายสมบัติใช้หนี้ และปลีกตัวมาอยู่เมืองไทยกับผู้ส่งเคสอย่างเงียบๆ สุขภาพสามีไม่แข็งแรง ในที่สุดก็เสียชีวิตในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ข้างๆ ผู้ส่งเคสและลูกสาวของเขา

ประมาณปี พ.ศ. 2546 เมื่อลูกสาวอายุ 10 ขวบ ผู้ส่งเคสจึงทำเรื่องขอไปอยู่เบลเยียมอีกครั้ง ซื้อบ้านธรรมดาๆ อยู่กับลูกสาวสองคน การกลับมาเบลเยียมครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักหมู่คณะที่วัดพุทธแอนท์เวิร์ปเมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 ได้มาร่วมสร้างบารมีอย่างเต็มกำลัง ทำบุญใหญ่ทุกบุญที่ คุณครูไม่ใหญ่ แนะนำ ได้ร่วมงานบุญกฐินที่วัดพระธรรมกายปี พ.ศ. 2548 ได้ทำบุญบูชาแก้วบุญเสาแก้ว 1 ต้น สร้างพระธรรมกายประจำตัวทั้งของตนเอง ครอบครัว หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย รวม 68 องค์ ปัจจุบันผู้ส่งเคสและลูกสาวคนเล็กตั้งจิตปรารถนาจะสร้างบารมีติดตามหลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย ไปทุกภพทุกชาติจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

คำถาม

  1. ผู้ส่งเคสมีคำถามขอความเมตตาจาก คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
  2. คุณพ่อป่วยเป็นโรคถุงน้ำดีอักเสบด้วยวิบากกรรมใด ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ อย่างไร
  3. คุณแม่ป่วยเป็นวัณโรคด้วยวิบากกรรมใด ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด มีความเป็นอยู่เป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
  4. ผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมใดจึงต้องถูกคลุมถุงชนแต่งงาน ต้องหย่าขาดจากสามีคนแรกด้วยสาเหตุที่เขาไม่ให้ความเคารพคุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่เพราะการนอกใจ เป็นเพราะกรรมกามีหรือไม่
  5. ตอนแรกผู้ส่งเคสคิดจะแต่งงานกับชายชาวเบลเยียมอีกคนซึ่งฐานะไม่รวย แต่เพราะวิบากกรรมใดที่ทำให้กลับมาได้สามีฐานะดีคนนี้แบบไม่เคยคาดคิดมาก่อน เป็นเพราะผู้ส่งเคสและสามีคนนี้มีกรรมใดมาลิขิตชีวิตให้คู่กันไว้หรือไม่
  6. สามีคนปัจจุบันสร้างวิบากกรรมอะไรไว้จึงมีฐานะร่ำรวย แต่ต่อมาถูกปล้นคฤหาสน์ช่วงกำลังป่วย สูญเสียธุรกิจจนต้องขายสมบัติใช้หนี้ ทำไมกรรมจึงส่งผลเวลาใกล้เคียงกับการเสียชีวิต
  7. วิบากกรรมใดสามีจึงป่วยหนักด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบจนต้องผ่าตัด
  8. สามีตายแล้วไปไหน คตินิมิตก่อนตายเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไรกับผู้ส่งเคสและลูกสาวที่อยู่ข้างๆ จนสิ้นใจ ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
  9. ผู้ส่งเคสมีบุญอะไรจึงได้เงิน 1 ล้านจากสามีคนปัจจุบันอย่างง่ายๆ เพื่อกลับเมืองไทย
  10. กรรมใดทำให้กระเป๋าเดินทางหายไป แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดีได้พบกับสามีคนปัจจุบันที่มาช่วยเหลือ เป็นเพราะบุญกรรมอะไรส่งผลให้ร้ายและดีเกิดขึ้นในเหตุการณ์เดียวกัน
  11. มีชายมาขอแต่งงานด้วยการกราบ ผู้ส่งเคสตั้งใจช่วยงานหมู่คณะที่เบลเยียมเต็มที่ แต่มีปัญหาเรื่องกฎหมายยังอยู่ถาวรไม่ได้ ควรทำอย่างไร
  12. สามีชาวเบลเยียม ตัวผู้ส่งเคส และลูกสาวคนเล็ก เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไรในชาติของพระราชาที่ออกบวชเมื่อพุทธันดรที่ผ่านมา ทั้งสามคนอยู่ในหมู่คณะหรือไม่ อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

หงส์ร่อนมังกรรำ

คุณตา (ฝ่ายมารดา) เก็บเงินสกุลจีนจำนวนมากไว้ แต่ถูกยกเลิกกลายเป็นเศษกระดาษ เป็นเพราะวิบากกรรมอะไร

งุบงิบงบ

บุพกรรมใดทำให้น้าสาวมีพังผืดกั้นในมดลูก จนลูกนอนตัวขวาง ได้รับอาหารน้อย ในขณะที่แม่น้ำหนักมากผิดปกติ เป็นกรรมร่วม หรือกรรมส่วนตัว?

เขาหาว่าผมเป็นหมอ

ผู้ส่งเคส ถามคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:

ทหารอากาศขาดรักได้

พ่อกับแม่ของลูกตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่คะ.

รักบังตา

1. การนำเงินที่ได้จากการขายปลาหางนกยูง (แก้ไขจากกัดปลาตาม source) ไปซื้อยารักษาชาวบ้านได้บุญบาปอย่างไร?

นั่งสมาธิแบบโยคี

คุณปู่คุณย่า ละโลกแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศให้หรือไม่ มีข้อความฝากถึงลูกหลานอย่างไร

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา