
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.810 ไม่อยากจากเธอ
ออกอากาศ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
ไม่อยากจากเธอ
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นชาวกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเข้าวัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 หลังจากที่ผู้แนะนำบุญได้มาชวน ท่านรู้สึกประทับใจในความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ ความยิ้มแย้มแจ่มใสของเจ้าหน้าที่และสาธุชน และรู้สึกมีความสุขความสบายใจมากในวันแรกที่มาวัด ขณะที่เดินชมสถานที่ต่างๆ ผู้ส่งเคสได้เห็นป้ายชักชวนทำบุญเลี้ยงพระวันละ 1,000 รูป ด้วยบุญเพียงเดือนละ 1,000 บาท ท่านคิดในใจว่า "เออ เราก็สามารถทำได้นะ" และได้สมัครเข้าโครงการเศรษฐีถาวรทันทีนับตั้งแต่นั้นมา ผู้ส่งเคสได้ทำบุญทุกเดือนไม่เคยขาดเลย และตั้งใจจะทำไปจนตลอดชีวิต นอกจากนี้ ท่านยังได้ทำบุญทุกบุญที่คุณครูไม่ใหญ่บอก ไม่เคยตกบุญมาจนปัจจุบัน เป็นประธานกฐินทุกปี สร้างพระทั้งภายในและภายนอกมาแล้วกว่า 200 องค์ รวมถึงครอบครัวยังได้ร่วมกันสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารคต 1 ต้น เวลาใครมาบอกบุญ ท่านก็จะทำทุกบุญ ทั้งฝากไปทำและทำด้วยตนเอง ผู้ส่งเคสอธิษฐานทุกครั้งว่า ขอให้ได้ทำบุญทุกบุญกับคุณครูไม่ใหญ่ไปจนตลอดชีวิต เพราะบุญที่คุณครูไม่ใหญ่ให้ทำนั้น แต่ละบุญล้วนเป็นบุญโตทั้งนั้น ปัจจุบัน ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา รุ่นแรกของโลก เพราะสมัครเป็นนักเรียนทันทีที่เปิดโรงเรียน เข้าเรียนทุกวัน วันไหนไม่ได้ฟังจะรู้สึกขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป ชอบทุกช่วงรายการที่คุณครูไม่ใหญ่สอน โดยเฉพาะเรื่องราวของนักสร้างบารมีในช่วง C study ซึ่งได้เรียนรู้ความจริงของชีวิตที่นำไปใช้ได้จริง ผู้ส่งเคสจึงอยากขอให้คุณครูไม่ใหญ่เมตตาฝันในฝันให้
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวของเคสนี้เริ่มต้นจาก เตี่ย ของผู้ส่งเคส ซึ่งเกิดที่เมืองจีน เป็นลูกคนเดียว เตี่ยหนีมาเมืองไทยกับเพื่อนบ้านตอนอายุ 20 ปี และไม่เคยกลับไปเมืองจีนอีกเลย เตี่ยเช่าห้องแถวอยู่ในตลาดเพื่อทำการค้าขาย ต่อมาได้แต่งงานกับลูกสาวของเจ้าของห้องแถวที่เช่าอยู่ ซึ่งก็คือ คุณแม่ ของผู้ส่งเคส เตี่ยไม่ยอมกลับเมืองจีนเพราะมาเจอคู่บุญคู่บารมี เตี่ยกับแม่มีลูกด้วยกัน 10 คน ผู้ส่งเคสเป็นคนที่ 6 ตอนแต่งงาน เตี่ยใช้ห้องเช่านี้เป็นเรือนหอไปก่อน หลังแต่งงาน เตี่ยกับแม่ช่วยกันทำอาชีพค้าขาย ทั้งขายของชำ ขายเหล้า ขายถ่าน ขายเสื้อ ขายผ้า จนมีทรัพย์สินมาก อีกทั้งยังมีห้องแถวให้เช่าอีกหลายห้อง
ภายหลัง เตี่ยได้หันมาสูบฝิ่นและติดฝิ่นมากจนไม่ค่อยสนใจทำมาหากิน ฐานะที่เคยดีจึงค่อยๆ หมดไป เพราะเตี่ยทยอยขายทรัพย์สินไปทีละอย่างเพื่อนำเงินมาซื้อฝิ่นสูบ แม้รัฐบาลจะประกาศห้ามสูบฝิ่นและปราบปราม แต่เตี่ยก็ยังแอบหาซื้อฝิ่นมาสูบ ในช่วงบั้นปลายชีวิต เตี่ยมีฝ้าสีขาวเกิดขึ้น ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างมืดบอด มองไม่เห็นอะไรเลย เตี่ยอายุยืนถึง 92 ปี และจากไปโดยการนอนหลับไปแล้วไม่ตื่นอีกเลย คุณครูไม่ใหญ่ให้ข้อคิดว่า แม้อายุยืนเป็น 100 ปี หากไม่รู้จักหยุดนิ่งภายใน ไม่เคยเห็นดวงตะวันภายในหรือความสุขภายในที่แท้จริง ก็เหมือนรวยไปงั้น
คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนขยัน ใจบุญ ชอบทำบุญใส่บาตรทุกเช้า ถึงเทศกาลทำบุญแม่ก็จะไปวัด ไม่ชอบถือศีลบวชชีพราหมณ์ ทำให้ลูกๆ ติดตามท่านไปวัดด้วย แม่ชอบสูบยาเส้นใบจาก และเลิกได้ตอนแก่แล้ว คุณแม่จากไปโดยการนอนหลับและไม่ตื่นอีกเลย ในลักษณะเดียวกับเตี่ย แต่แม่เสียชีวิตก่อนเตี่ย 2 เดือน ขณะอายุได้ 82 ปี
สามีของผู้ส่งเคสเป็นคนชอบสั่งสอนคนที่ทำความดี ชอบทำบุญ ได้นำปัจจัยไปถวายหลวงพ่อที่วัดใกล้บ้านเป็นประจำ และร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์ สร้างศาลาใหญ่ที่วัดใกล้บ้าน อีกทั้งยังเป็นคนใจเย็น พูดน้อย แต่หนักแน่น มีหลักการ นิสัยซื่อตรง เป็นคนน่ารักและใจเย็นมาก เขาเคยสูบบุหรี่มาตั้งแต่สมัยหนุ่มและเลิกตอนอายุราว 50 ปี จากนั้นก็หันมาดื่มเหล้าดองยาทุกวันก่อนทานอาหารเย็น โดยให้เหตุผลว่าทำให้อาหารเจริญ ผู้ส่งเคสและสามีประกอบอาชีพค้าขายเครื่องเหล็ก มีลูกด้วยกัน 5 คน เมื่อลูกๆ โตขึ้นได้ช่วยเหลือกิจการในบ้าน สามีจึงมีเวลาว่างและได้ร่วมลงทุนกับเพื่อนๆ ทำบ้านจัดสรรและซื้อขายที่ดิน ทำได้ประมาณ 2-3 ปี
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2537 เวลา 18:00 น. กว่าๆ สามีได้ไปนั่งคุยกับพี่ชายของเขาที่บ้าน ซึ่งเป็นห้องแถวอยู่ติดถนน ขณะสามีนั่งหันหลังให้ถนน ทันใดนั้น มีคนร้ายขับรถปิกอัพมาจอดตรงถนนหน้าบ้าน ชักปืนออกมายิงเข้าที่หลังของสามี กระสุนทะลุถึงหน้าอก เสียชีวิตทันที โดยไม่รู้สาเหตุของการฆาตกรรม คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่สมกับเหตุในปัจจุบันที่เขาเป็นคนใจเย็น แต่สมกับกรรมในอดีต
เมื่อสามีเสียชีวิตใหม่ๆ พี่สาวของผู้ส่งเคสมาอยู่เป็นเพื่อนที่บ้าน เวลาพี่สาวอยู่บ้านคนเดียวตอนเย็นๆ มักได้ยินเสียงคนปิดเปิดประตู เดินขึ้นเดินลงอยู่บนบ้าน แต่ไม่เห็นใคร ต่อมา ในงานทอดกฐินที่วัดพระธรรมกาย ปี 2538 ผู้ส่งเคสมาร่วมงานด้วยความปลื้มปีติมาก พอถึงบ้านตกกลางคืน ผู้ส่งเคสและลูกสาวคนที่ 2 ได้กลิ่นเหม็นมากในห้องนอน และสงสัยว่าสามีจะมารับบุญหรือไม่ คุณครูไม่ใหญ่ตอบว่าสามีเป็นคนใจเย็น ไม่มีกลิ่นอย่างนี้หรอก
ในปี 2541 ผู้ส่งเคสได้ย้ายมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งกับลูกสาวคนที่ 2 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเดิม พอมาอยู่บ้านหลังนี้ พอจะเอนหลังลงเตียง ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน มักได้ยินเสียงกรน เหมือนเสียงกรนของสามีตอนมีชีวิตอยู่ เหมือนเขาอยู่ใกล้ๆ มีช่วงหนึ่งที่ผู้ส่งเคสไปกราบถวายปัจจัยคุณหลวงพ่อ เสียงกรนนั้นก็เงียบหายไป แต่ปัจจุบันนี้กลับมาให้ได้ยินเสียงอีกแล้ว คุณครูไม่ใหญ่ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการครองเรือนว่า "ตื่นก่อนนอนทีหลัง" เพื่อให้สวยเสมอเมื่อคู่ครองตื่น
ลูกสาวคนที่ 3 ของผู้ส่งเคส ปกติอยู่ที่จังหวัดยะลา เวลามาเยี่ยมผู้ส่งเคสที่บ้านหลังนี้ มักจะฝันเห็นพ่อของเขาอยู่เสมอ แต่งตัวใส่เสื้อกล้ามเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ เวลาผู้ส่งเคสนั่งสมาธิก็จะได้กลิ่นธูป ส่วนลูกชายคนโตนั้นอยู่บ้านหลังเดิม แรกๆ เขาไม่ได้กลิ่นอะไร แต่หลังจากที่ได้เข้าวัดและนั่งสมาธิ เขามักจะได้กลิ่นธูปในเวลาที่กำลังนั่งสมาธิเป็นประจำ ปัจจุบันก็ยังได้กลิ่นอยู่ ลูกชายพูดว่า พ่อคงไม่ไปไหน คงจะเป็นภุมมเทวาอยู่แถวๆ นี้แหละ บางครั้งในเวลากลางวัน ลูกจ้างที่ร้านก็มักได้ยินเสียงคล้ายเสียงฉีกกล่องกระดาษอยู่ที่ชั้น 3 ของร้าน พอไปดูก็ไม่เห็นมีอะไร ทำเอาลูกจ้างวิ่งลงไปชั้นล่างแทบไม่ทัน คุณครูไม่ใหญ่เตือนให้ฟังให้ดีก่อนว่าเสียงนั้นคือเสียงอะไร
ลูกสาวคนที่ 2 รับราชการครู หลังแต่งงานได้ย้ายไปอยู่กับสามีจนมีลูก 1 คน สามีของเขาเป็นคนดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ แต่จู่ๆ สามีคนดีของเขาก็มาบอกว่าขอหย่า ไม่มีสาเหตุเลย ลูกสาวถามว่าหย่าทำไม เขาบอกว่าอยาก ผิดตรงไหน ไม่ได้ผิด แล้วทำไมถึงหย่า ฉันไม่ดีตรงไหน เปล่า แล้วทำไมล่ะ อยากหย่า ลูกสาวจึงต้องหย่าให้ ขาดจากกัน ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกันเลย ยังรักกันดีอยู่ พ่อกับแม่ของสามีก็รักลูกสาวผู้ส่งเคสดี ไม่น่าจะมีปัญหาถึงขั้นต้องแยกทางกัน คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีเหตุที่ลึกซึ้งกว่าเหตุในปัจจุบัน ไม่น่าจะเป็นความประสงค์ของชีวิต หรือบททดสอบ แต่ต้องมีเหตุในอดีต ต้องสืบสาวไปเรื่อยๆ
ลูกสาวคนที่ 5 แต่งงานแล้วก็ไปอยู่กับสามี ตอนแรกเปิดร้านทองขายอยู่ด้วยกัน สามีชอบดื่มเหล้ามาก ชอบดึกดื่นไหนก็ต้องบังคับให้ภรรยาไปซื้อเหล้ามาให้ ไม่ซื้อให้ก็ถูกตี แต่ถึงอย่างนั้นตีไปตีมาก็ยังมีลูกกับเขาถึง 2 คน เพราะความที่สามีดื่มเหล้าจนดึกๆ ทำให้ลูกและภรรยาต้องนอนดึกไปด้วย กระทั่งวันหนึ่งลูกทั้งสองและภรรยาป่วย ฝ่ายสามีก็ไม่ยอมให้ภรรยาพาลูกไปหาหมอ ผู้ส่งเคสไม่ทราบว่าเป็นเพราะเสียดายเงินไว้ซื้อเหล้ากินหรือเปล่า ลูกสาวทนไม่ไหวเลยพาลูกหนีกลับมาอยู่กับผู้ส่งเคส (คุณแม่) และก็ไม่กลับไปคืนดีอีกเลย ผู้ส่งเคสพบว่าน่าศึกษา ลูกสาวบอกแม่ไม่คิดถึงเลย แม่ก็เหมือนกัน ยิ่งคิดยิ่งเกลียดคนเมา
คำถาม
- เตี่ยมีกรรมอะไรจึงมีฝ้าขาวขึ้นกลบดวงตาทั้ง 2 ข้าง ทำให้ตาบอดในบั้นปลายชีวิต เตี่ยและแม่มีบุญหรือมีกรรมอะไรจึงทำให้ท่านทั้งสองเสียชีวิตด้วยอาการเดียวกัน คือนอนหลับแล้วตายไปเฉยๆ เตี่ยและแม่ตายแล้วไปอยู่ไหน ได้รับบุญที่สร้างองค์พระให้หรือไม่
- สามีผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไร จึงต้องมาถูกยิงตายเมื่ออายุ 65 ปี เขาถูกยิงเพราะสาเหตุใด เสียงต่างๆ ที่ทุกคนในบ้านได้ยิน (เสียงเปิดปิดประตู เสียงกรน เสียงฉีกกล่องกระดาษ) ตลอดถึงกลิ่นเหม็นที่ผู้ส่งเคสกับลูกสาวคนที่ 2 ได้กลิ่น และกลิ่นธูปที่ลูกชายคนโตกับลูกสาวคนที่ 3 ได้กลิ่นตอนนั่งสมาธิ จะใช่สามีผู้ส่งเคสเป็นคนทำหรือไม่ เขาพยายามสื่อให้รับรู้ด้วยเสียงกรน กลิ่นเหม็น กลิ่นธูป หรือเพราะอะไร เขาตายแล้วไปอยู่ไหน รับบุญที่ลูกสร้างพระประจำตัวให้หรือไม่ มีอะไรอยากบอกกับครอบครัวไหม
- ทำไมลูกสาวคนที่ 2 ต้องมาแยกทางกับสามีแบบไม่ทราบสาเหตุ เขาทำกรรมในอดีตมาอย่างไร อะไรที่เป็นสาเหตุในปัจจุบันที่ทำให้สามีอยู่ดีๆ ก็ขอหย่าขาด
- กรรมใดทำให้ลูกสาวคนที่ 5 ได้สามีที่ชอบดื่มเหล้า ทุบตีภรรยา จนลูกสาวทนอยู่ด้วยไม่ได้ต้องแยกทางกัน
- ผู้ส่งเคสมีอาการปวดขามากและเป็นตะคริวตอนเช้ามืด ต้องไปหาหมอนวดทุกครั้ง นวดแล้วดีขึ้นหลายวันแล้วก็เป็นอีก ปวดๆ หายๆ จนทุกวันนี้ เกิดจากวิบากกรรมใด จะแก้ไขได้อย่างไร
- ลูกๆ ทั้ง 5 คนมีความผูกพันกับผู้ส่งเคสอย่างไร ถึงได้มาเกิดเป็นแม่ลูกกัน ลูกๆ ทั้ง 5 คนได้เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร ถึงได้มีโอกาสทำบุญทุกบุญไม่เคยตกบุญเลย
- ผู้ส่งเคสจะได้กลับดูดุสิตบุรีไหม กลัวว่าจะไม่มีใครส่งบุญให้หลังจากตาย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
บุพกรรมใดที่ทำให้พี่สาวผู้ส่งเคสมีอาการทางจิต? มีสิทธิ์หายไหม? ทำไมต้องทำร้ายร่างกายพ่อแม่? จะมีวิบากเหมือนพระโมคคัลลานะไหม? ต้องแก้ไขอย่างไร? ทำไมพ่อแม่ต้องมีลูกแบบนี้?
ปรโลกของย่าเป็นอย่างไร ทำไมย่าจึงตาบอดนาน สุขภาพดี อายุยืน และเป็นโรคไตในช่วงบั้นปลายชีวิต บุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศให้ ย่าได้รับหรือไม่?
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ทำให้ทรัพย์ที่ควรได้จากลูกหนี้ของปู่ไม่ได้ และแม้จะช่วยเหลือคนมากแต่กลับเหมือนทำคุณคนไม่ขึ้น?
บุพกรรมใดทำให้ลูกต้องเติบโตในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่ได้รับความอบอุ่นจากแม่ และย้ายที่อยู่ถึง 12 ครั้ง? กรรมใดทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์ โรคเครียด และทนไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง? จะแก้ไขได้อย่างไร?
ลูกสาวทำกรรมอะไรมาถึงป่วนหนักต้องเข้าโรงพยาบาลนาน และเหตุใดหมอจึงหาสาเหตุไม่พบ?
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:






