ชีวิตหลังความตายยังเป็นความลับอยู่ ความไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปไหน เสมือนกับคนตาบอดปีนต้นไม้ บังเอิญพลาดพลั้งตกจากยอดไม้ ขณะที่ร่วงหล่นลงมาก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่รู้ว่าจะตกไปกระทบกับสิ่งใดบ้าง คนส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดมาแล้ว ย่อมชื่อว่า พลัดตกไปสู่ความตายทันที วัน เดือน ปี ที่ผ่านไปได้กลืนกินชีวิต นำพาความตายใกล้เข้ามาทุกขณะ จะเหลียวหาคนช่วยให้พ้นจากความตายนั้น ก็ไม่มี เพราะทุกคน ล้วนต้องตายหมด เราจำเป็นต้องยอมรับความจริงนี้ และต้อง เตรียมตัวตายอย่างถูกวิธี ด้วยการสั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ อีกทั้งต้องปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งในโลกนี้และในปรโลก
มีธรรมภาษิตใน มหานารทชาดก ความว่า
พระนางรุจาราชธิดาได้เล่าเรื่องในอดีตชาติให้ฟังว่า "ข้าแต่พระบิดา หม่อมฉันระลึกชาติได้ว่า ตนเองได้ท่องเที่ยวมาแล้ว ๗ ชาติ และระลึกชาติในอนาคตได้อีก ๗ ชาติ ฉะนั้น หม่อมฉันจึงเชื่อโลกนี้และโลกหน้า เชื่อเรื่องผลแห่งกรรมที่สัตว์ทำดีและทำชั่ว ในชาติที่ ๗ ในอดีต หม่อมฉันเกิดเป็นบุตรนายช่างทอง ได้คบคนพาลเป็นสหาย ก่อกรรมทำบาปไว้มาก เที่ยวเป็นชู้กับภรรยาของชายอื่น แต่กรรมนั้นยังไม่ให้ผลในทันที เหมือนไฟที่ถูกเถ้ากลบไว้ ภพชาติถัดมา หม่อมฉันได้เกิดในวังสรัฐ เมืองโกสัมพี เป็นลูกชายคนเดียวในสกุลเศรษฐี ได้รับความเคารพนับถือจากคนทั้งเมือง ชาตินั้น หม่อมฉันได้คบมิตรสหายที่ยินดีในการสั่งสมบุญ เป็นบัณฑิต เขาได้แนะนำให้หม่อมฉันรักษาอุโบสถศีลในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และกรรมนี้ก็ยังไม่ได้ให้ผลเช่นกัน เหมือนขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ ยังไม่ได้นำออกมาใช้
เพราะกรรมเจ้าชู้ที่หม่อมฉันเคยทำไว้นั้นตามมาทัน คือ หลังจากหม่อมฉันจุติจากตระกูลเศรษฐีนั้นแล้ว ก็ไปหมกไหม้อยู่ในโรรุวมหานรกเป็นเวลายาวนาน ได้รับความทุกข์อันแสนสาหัส ไม่มีความสุขแม้เพียงครู่เดียว ครั้นพ้นจากมหานรกแล้ว ได้เกิดเป็นลาที่ต้องถูกตอน และถูกใช้งานตลอดชีวิต
เมื่อจุติจากชาติที่เป็นลา หม่อมฉันได้ถือปฏิสนธิในกำเนิดของสัตว์อีก เป็นลิงอยู่ในป่า วันที่เกิด พวกลิงได้นำหม่อมฉันไปให้จ่าฝูงดู เมื่อลิงจ่าฝูงเห็นเข้า ก็ไม่ชอบใจ จึงกัดลูกอัณฑะจนขาด หม่อมฉันต้องกลายเป็นลิงตอนตั้งแต่นั้นมา
ครั้นจุติจากชาติที่เป็นลิง ได้เกิดเป็นโคในทสันนรัฐ ต้องถูกตอนอีกเช่นเดิม เนื่องจากเป็นโคที่แข็งแรง จึงถูกเทียมเกวียนจนวันตาย นี้เป็นเพราะกรรมที่ทำให้ชายอื่นต้องชํ้าใจ เพราะไปเป็นชู้กับภรรยาเขา เมื่อจุติจากชาติที่เป็นโค ได้มาบังเกิด เป็นกะเทยในครอบครัวของคนมีฐานะดี ในชาตินั้นพ่อแม่และหมู่ญาติของหม่อมฉัน ต้องได้รับความอับอาย เพราะความเป็นกะเทยของหม่อมฉัน และตั้งแต่ชาตินั้นเป็นต้นมา หม่อมฉันไม่ประพฤติผิดในกามอีกต่อไป
เมื่อจุติจากชาติที่เป็นกะเทย ได้ไปบังเกิดเป็นนางเทพอัปสรในสวนนันทวันบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นผู้
ฉลาดในการฟ้อนรำขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ หลังจากจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว บุญที่เคยทำไว้ในครั้งที่เกิดเป็นลูกเศรษฐีในเมืองโกสัมพี ได้ตามมาให้ผล
ต่อจากนั้น พระราชธิดาได้แสดงธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไปว่า "ชายใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกชาติ ก็พึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย เหมือนบุคคลล้างเท้าจนสะอาดแล้ว เว้นจากเปือกตม ฉะนั้น หญิงใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกๆ ชาติ พึงยำเกรงสามี เหมือนนางเทพอัปสรผู้เป็นบาทบริจาริกายำเกรงพระอินทร์ ฉะนั้น ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ และสุขอันเป็นทิพย์ พึงเว้นบาปทั้งหลาย ควรประพฤติแต่สุจริตธรรมด้วยกายวาจาใจ
บุรุษและสตรีไม่ควรประมาทด้วยกาย วาจา ใจ ควรมีปัญญารักษาตนให้พ้นจากทุกข์ในอบายภูมิ นรชนเป็นคนมียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง แสดงว่านรชนนั้นได้สั่งสมกรรมดีไว้ในชาติปางก่อนโดยไม่ต้องสงสัย สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็นของตัว ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์ทรงดำริด้วยพระองค์เองเถิด พระสนมผู้เลอโฉมงดงามดุจดังนางเทพอัปสร ประดับประดาคลุมกายด้วยตาข่ายทองเหล่านี้ พระองค์ทรงได้มาเพราะผลแห่งบุญที่ทำไว้ในภพชาติก่อน ทั้งสิ้น"















