ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน ล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน พ่อค้าทำการค้า ประกอบธุรกิจ ย่อมหวังผลกำไรเป็นเครื่องตอบแทน เพื่อยังความสุขให้เกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว นักรบทำสงครามเพื่ออำนาจความยิ่งใหญ่ หรือเพียงเพื่อปกป้องมาตุภูมิของตน ให้อยู่รอดปลอดภัยจากเหล่าอริราชศัตรู แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเปลือกนอกที่ฉาบทาด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันทำให้บุคคลทั้งหลายลุ่มหลงมัวเมา และประมาทในชีวิต แต่สำหรับนักรบกองทัพธรรม การทำความเพียรประหารกิเลส ทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย กระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติทุกคน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อจินติตสูตร ว่า
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อจินไตย ๔ อย่างนี้ คือ พุทธวิสัย ฌานวิสัย วิบากแห่งกรรม และโลกจินดา คือ ความคิดในเรื่องโลก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อจินไตย ๔ อย่างนี้แล บุคคลไม่ควรคิด ผู้ที่คิดก็จะพึงมีส่วนแห่งความเป็นบ้า และได้รับความลำบากเปล่า"
*ดังเช่นเรื่องราวของ พระกุมารสีวลี ท่านต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในครรภ์ถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน จึงประสูติ จากนั้นพระมารดาได้ถวายมหาทานกับพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์ตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ของการถวายทาน พระสารีบุตรเถระถามพระกุมารต่อจากตอนที่แล้วว่า "สีวลี เธอได้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัสเช่นนี้ การบวชไม่ดีสำหรับเธอหรือ"
พระกุมารตอบว่า "ถ้าหากได้รับอนุญาต ผมก็จะบวชขอรับ"
เมื่อพระสารีบุตรเถระได้รับอนุญาตจากพระนางแล้ว จึงนำพระสีวลีกุมารไปที่พระวิหาร สอนตจปัญจกกัมมัฏฐานโดยอนุโลมและปฏิโลม และสอนต่อไปว่า "สีวลี เธอจงพิจารณาทุกข์ที่เธอได้เสวยตลอด ๗ ปี ๗ เดือนกับอีก ๗ วันนั้นเถิด"
พระกุมารเรียนว่า "ข้าแต่พระคุณเจ้า การบรรพชาของกระผมเป็นภาระของท่าน หากกระผมสามารถทำสิ่งใดได้ กระผมจะพยายามทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง ขอรับ"
ด้วยมีพระชนเพียง ๗ พรรษา สีวลีกุมารทรงตัดสินใจบวชถวายชีวิตในพระศาสนา แม้การบรรลุธรรมก็เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก เพราะพระกุมารเป็นผู้ที่สั่งสมบุญมาดีแล้วในอดีตชาติ เมื่อถึงคราวจะบรรลุธรรม ก็เป็นประเภทสุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา คือ ปฏิบัติได้สะดวกและรู้เห็นได้อย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับฟังโอวาทจากพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรแล้ว ขณะโกนผมของพระกุมาร เพียงจดมีดโกนลงครั้งแรก สีวลีกุมารสามารถทำใจให้หยุดนิ่ง ตามตรึกระลึกถึงโอวาทของพระอุปัชฌาย์ และทุกขเวทนาที่ได้รับขณะอยู่ในครรภ์ กระทั่งใจหยุดนิ่งได้สนิท ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันในทันทีนั้นเอง
ขณะโกนผมได้ครึ่งศีรษะ ท่านได้บรรลุสกิทาคามิผล และขณะโกนไปได้สามในสี่ ก็ได้บรรลุถึงกายธรรมพระอนาคามี
ทันทีที่โกนหมดศีรษะ ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทันที ไม่ก่อนไม่หลังกัน ตั้งแต่พระกุมารบวช ปัจจัยสี่เกิดขึ้นกับท่านมากมาย และยังมีเพียงพอสำหรับภิกษุสงฆ์ทั้งหลายอีกด้วย
นี่คือเรื่องราวของพระสีวลีเถระในช่วงที่บุญส่งผลอย่างเต็มที่ระหว่างที่เป็นคฤหัสถ์กระทั่งเป็นพระอริยเจ้า
ส่วนอีกมุมหนึ่งของชีวิตที่ท่านเคยทำผิดพลาดไว้ ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในครรภ์นานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วันนั้น เรื่องราวในอดีตชาติของท่านมีอยู่ว่า
ชาติหนึ่ง ท่านจุติจากเทวโลกมาบังเกิดในราชตระกูลที่กรุงพาราณสี ต่อมาได้ขึ้นครองราชสมบัติแทนพระราชบิดา ครั้นได้เป็นพระราชา ทรงยกทัพไปล้อมเมืองๆ หนึ่งไว้ และได้ส่งพระราชสาสน์ถึงชาวเมืองนั้นว่า "จะให้ราชสมบัติหรือจะทำการรบ ขอให้ตอบมา"
พระเจ้าพาราณสีสั่งทหารให้รักษาประตูใหญ่ ๔ ประตู ล้อมเมืองไว้ถึง ๗ ปี ๗ เดือน นับเป็นเวลานานมาก จนพระราชมารดาของพระองค์สงสัยว่า ทำไมทำการศึกนานนัก ครั้นทรงรู้ถึงสาเหตุ
ด้วยกรรมนี้ทำให้ท่านต้องไปตกในอเวจีมหานรกนานจนพื้นแผ่นดินสูงขึ้น ๑ โยชน์ จึงพ้นกรรมจากนรก มาถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระมารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน และยังไปนอนขวางในครรภ์อีก ๗ วัน เพราะบาปกรรมที่ปิดประตูเล็ก ๗ วันนั่นเอง ส่วนพระนางสุปปวาสาก็คือพระราชมารดาของพระราชาในชาตินั้น
นี่เป็นตัวอย่างของผู้ที่เคยผิดพลาดมาในอดีต จากเรื่องนี้ เราจะเห็นได้ว่า ตำแหน่งหน้าที่การงานทั้งหลาย เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าเราจับไม่ดี ย่อมมีสิทธิ์ลูบคมดาบ และถูกบาดได้ง่ายๆ แต่ถ้าจับด้วยความระมัดระวัง และนำมาใช้ประโยชน์ ประโยชน์มากมายย่อมเกิดขึ้น
บางทีเราทำกรรมแค่ครั้งเดียว แต่ต้องไปใช้ผลกรรมหลายชาติ ถ้าเป็นบุญก็ตามส่งผลให้ได้ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ยาวนาน ถ้าเป็นบาปอกุศลก็ตามส่งผลให้ต้องไปเสวยวิบากกรรมในทุคติภูมิยาวนานเช่นกัน เมื่อส่วนของกรรมใช้ไปหมดแล้ว แต่เศษของกรรมยังเหลืออยู่ ย่อมต้องทนใช้เศษกรรมต่อไปอีก กระทั่งภพชาติสุดท้ายในสังสารวัฏ












