ทานอันบุคคลให้แล้วในบุญเขตใด เป็นทานมีผลมาก บุคคลพึงเลือกให้ทานในบุญเขตนั้น พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญการเลือกให้ทานที่บุคคลให้แล้ว ในทักขิไณยบุคคลทั้งหลาย ที่มีอยู่ในโลกคือหมู่สัตว์ที่ยังเป็นอยู่นี้ มีผลมาก เหมือนพืชที่บุคคลหว่านแล้วในนาดี ฉะนั้น
การทำพระนิพพานให้แจ้งนี้ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่ แท้จริงของมนุษย์ทั้งหลาย ในครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ เมื่อเกิดมาในโลกมนุษย์ ท่านก็ทำแต่ความดีเรื่อยไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลานั้น ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทรงทำภาวนาอย่างนี้ทุกภพทุกชาติ จนบารมีของท่านเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ และได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูของเรา สั่งสอนสัตวโลกให้เข้าถึงธรรมตามพระองค์ไปนับไม่ถ้วน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า
อุบาสกกราบทูลรับด้วยความร่าเริงบันเทิงใจ เข้าไปหาพระอานนท์เถระ นิมนต์ให้ท่านนั่ง และทำการบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ ถวายโภชนะมีรสเลิศต่างๆ อีกทั้งได้ถวายผ้าจีวรราคาแพง พระเถระคิดว่า สักการะนี้อุบาสกทำเจาะจงแด่พระธรรมรัตนะ ไม่สมควรแก่เรา สมควรถวายแด่พระสารีบุตรผู้เป็นพระธรรมเสนาบดี จึงถือเครื่องสักการะทั้งหมดและผ้าไปสู่วิหาร ถวายพระสารีบุตร
พระสารีบุตรคิดว่า สักการะนี้เขากระทำแก่พระธรรมรัตนะ ควรแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเจ้าของแห่งพระธรรมพระองค์เดียวเท่านั้น ท่านจึงถวายแด่พระบรมศาสดา พระภิกษุได้สนทนากันถึงเรื่องอุบาสก ผู้รู้จักถวายไทยธรรมแด่พระทักขิไณยบุคคลอันเลิศ พระบรมศาสดาจึงนำอดีตนิทานมาเล่าให้ฟังว่า แม้ในกาลก่อน เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติขึ้น ก็ได้เกิดเรื่องเช่นนี้ในทำนองเดียวกัน
เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตกาล พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี เมื่อพระองค์ตรวจดูจริยาวัตรของพระองค์เอง ไม่เห็นมีใครติเตียนโทษของพระองค์เลย วันหนึ่ง พระองค์ทรงดำริว่ าจะออกไปฟังข่าวนอกเมือง ดูว่าจะมีใครกล่าวโทษพระองค์บ้างไหม จึงทรงมอบราชสมบัติให้พวกอำมาตย์ และปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านธรรมดา เสด็จไปตามชนบทพร้อมด้วยปุโรหิต แต่เนื่องจากพระราชาทรงครองแผ่นดินโดยธรรม จึงไม่ทรงพบผู้ที่กล่าวโทษของพระองค์แม้สักคน มีแต่คนกล่าวชมอย่างเดียว
ขณะนั้นเอง ดาบสซึ่งอยู่ในหิมวันตประเทศได้อภิญญา ๕ เข้ามาพักที่ศาลาหลังนั้นเหมือนกัน พระปัจเจกพุทธเจ้าก็เสด็จมาทางอากาศ นั่งที่ศาลานั้นอีกองค์หนึ่ง กุฎุมพีถวายน้ำชำระพระหัตถ์แด่พระราชา และน้อมนำอาหารรสเลิศเข้าไปถวาย พระราชาทรงรับอาหารนั้นแล้ว แทนที่จะเสวยเอง พระองค์กลับพระราชทานแก่ปุโรหิต พราหมณ์ปุโรหิตได้ถวายแด่พระดาบสอีกทอดหนึ่ง ฝ่ายพระดาบสได้ถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า
กุฎุมพีเห็นภัตตาหารของตนถูกส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ เช่นนี้ เกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ จึงเข้าไปทูลถามพระราชาว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติเคยประทับในพระตำหนักอันประเสริฐ ทรงบรรทมเหนือพระยี่ภู่อันใหญ่โต เสด็จจากพระราชวังมาต่างถิ่นที่ปราศจากความเจริญ จึงได้ทูลถวายข้าวสุกอย่างดีมีกับเลิศรสเช่นนี้ พระองค์รับภัตตาหารนั้นแล้วไม่เสวยเอง แต่พระราชทานแก่พราหมณ์ผู้เป็นปุโรหิตทำไม พระเจ้าข้า"
พระราชาตรัสตอบว่า "พราหมณ์เป็นอาจารย์ของฉัน เป็นผู้คอยตักเตือนฉันอยู่เป็นประจำ ฉันจึงควรให้โภชนะแก่อาจารย์"
กุฎุมพีถามท่านฤๅษีว่า "บัดนี้ข้าพเจ้าขอถามท่านฤๅษี ผู้ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ท่านอยู่ในป่าผู้เดียวไม่ห่วงใยชีวิต ภิกษุที่ท่านถวายโภชนะนั้นดีกว่าท่านอย่างไร ทำไมถึงไม่ฉัน ภัตตาหารนี้เสียเองเล่า"
กุฎุมพีถามพระปัจเจกพุทธเจ้าต่อไปว่า "กระผมขอถามท่านภิกษุผู้มีสำรวมดีแล้วในศีล พระดาบสถวายภัตตาหารอันเลิศแด่ท่าน ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้วนั่งนิ่ง ฉันอยู่องค์เดียวไม่เชื้อเชิญใครๆ เลย ผมขอนมัสการเรียนถามพระคุณเจ้า อะไรเป็นธรรมอันประเสริฐในตัวท่าน"
กุฎุมพีฟังคำของท่านแล้วรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง อุทานว่า "วันนี้พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่ ข้าพระพุทธเจ้าหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเพิ่งรู้ชัดวันนี้เองว่า ทานที่ให้ในท่านผู้ใดจักมีผลมาก" ด้วยอานิสงส์การทำทานในครั้งนั้น ทำให้กุฎุมพีเสวยทิพยสมบัติในสุคติโลกสวรรค์ บันเทิงในบุญตลอดเวลา ไม่เคยตกไปในอบายภูมิ ครั้นมาในชาตินี้จึงได้เป็นอุบาสกผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย
การถวายทานถูกทักขิไณยบุคคลเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ บุญที่เกิดขึ้นจะปรับปรุงกาย วาจา ใจของเราให้มีความบริสุทธิ์ผ่องใส อันจะเป็นต้นเหตุแห่งความสุขที่แท้จริง คือการเข้าถึงพระธรรมกายภายใน ความสำเร็จทุกระดับ ตั้งแต่ความสำเร็จในเรื่องการทำมาหากิน ธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน จนกระทั่งเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสมบัติทั้ง ๓ ประการ คือมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ล้วนอาศัยการทำบุญถูกเนื้อนาบุญนี่แหละ
เหมือนดังที่พระพุทธองค์ตรัสกับอังกุรเทพบุตรว่า ทานอันบุคคลให้แล้วในบุญเขตใด เป็นทานมีผลมาก บุคคลพึงเลือกให้ทานในบุญเขตนั้น พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญการเลือกให้ ทานที่บุคคลให้แล้วในทักขิไณยบุคคลทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก มีผลมาก เหมือนพืชที่บุคคลหว่านแล้วในนาดี















