เนื่องจากพระโพธิสัตว์เป็นบัณฑิต จึงมิได้ใส่พระราชหฤทัยในคำเชื้อเชิญของพระราชธิดา ได้เสด็จเที่ยวชมปราสาทเรื่อยไป ครั้นเมื่อพระโพธิสัตว์เสด็จเข้ามาใกล้ พระนางก็มิอาจดำรงพระองค์อยู่ได้ จึงได้เข้าไปทรงยื่นพระกรให้พระโพธิสัตว์ทรงเกี่ยวพระกร
เมื่อพระโพธิสัตว์เสด็จขึ้นประทับ ณ ราชบัลลังก์ภายใต้มหาเศวตฉัตร พวกอำมาตย์ได้กราบทูลรับสั่งที่พระราชาพระองค์ก่อนทรงสั่งความเอาไว้ ๒ ข้อแรก คือ ต้องทำให้พระราชธิดาทรงโปรดปราน และสามารถบอกหัวนอนแห่งบัลลังก์สี่เหลี่ยม ซึ่งพระโพธิสัตว์ก็สามารถผ่านบททดสอบทั้งสองข้อมาแล้ว
มาถึงพระราชกำหนดข้อที่ ๓ พวกอำมาตย์ได้กราบทูลว่า ทรงให้มอบราชสมบัติแก่บุคคลที่สามารถยกสหัสสถามธนูที่มีน้ำหนักพันแรงคนยกขึ้นได้
พระโพธิสัตว์เมื่อได้สดับดังนั้น ก็รับสั่งให้นำธนูนั้นมา แล้วทรงยกสหัสสถามธนูนั้นขึ้นอย่างง่ายดายเป็นอัศจรรย์ด้วยบุญญานุภาพ เพราะพระองค์นั้นทรงมีพละกำลังมากกว่าสามัญชนทั่วไป ที่เป็นดังนี้ก็ด้วยอำนาจทานบารมีที่ได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วนนั่นเอง
ต่อจากนั้น พระราชาก็โปรดให้เล่าพระราชกำหนดข้ออื่นต่อไป พวกอำมาตย์จึงกราบทูลพระราชกำหนดข้อ ๔ มีความว่า ให้มอบราชสมบัติแก่บุคคลที่สามารถไขปริศนาแห่งขุมทรัพย์ และนำขุมทรัพย์ทั้ง ๑๖ แห่งออกมาได้
พระโพธิสัตว์ตรัสถามว่า “พระราชาของพวกท่านได้ตรัสบอกปัญหาซึ่งเป็นปริศนาธรรมที่จะนำไปสู่การค้นหาที่ซ่อนขุมทรัพย์ทั้ง ๑๖ แห่งนั้นว่าอย่างไรหรือ”
ครั้นสดับว่าเคยนิมนต์มาบ้าง ก็ทรงดำริว่า ดวงอาทิตย์ที่เป็นปริศนาธรรมนั้น คงมิใช่ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้ออย่างแน่นอน แต่จะต้องเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นผู้มีคุณดุจดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ขุมทรัพย์คงมีในสถานที่ต้อนรับพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น
จากนั้นก็ตรัสถามต่อไปว่า “เมื่อพระราชาเสด็จไปส่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเวลากลับ เสด็จประทับยืนตรงไหน” เมื่อทรงทราบว่าเป็นที่ใดแล้ว ก็โปรดให้ขุดที่นั้น แล้วก็สามารถนำขุมทรัพย์ออกมาได้อีก
มหาชนต่างโบกธงแซ่ซ้องสาธุการสนั่นหวั่นไหว พากันสรรเสริญพระปัญญาอันลึกซึ้งของพระโพธิสัตว์ เพราะพวกตนแม้จะเที่ยวขุดตรงทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น และทิศที่ดวงอาทิตย์ตก แม้ขุดหาอยู่ทั้งวัน ก็หาไม่พบ แต่พระโพธิสัตว์กลับสามารถชี้บอกที่ซ่อนขุมทรัพย์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำเหมือนมองเห็นด้วยตาเนื้อ
เมื่อเหล่าอำมาตย์ทูลปริศนาข้อที่ ๓ ว่า “ขุมทรัพย์ภายใน” พระโพธิสัตว์ก็สั่งให้ขุดขุมทรัพย์ภายในธรณีพระทวารใหญ่ของพระราชฐาน
ปริศนาข้อ ๑๔ ขุมทรัพย์ที่ปลายหาง หมายถึง ให้ขุดขุมทรัพย์ในสถานที่พักของมงคลหัตถี เฉพาะตรงที่วางปลายหางของช้างเชือกนั้น
ปริศนาข้อ ๑๕ ขุมทรัพย์ที่น้ำ หมายถึง ให้ขุดขุมทรัพย์ที่ฝังอยู่ใต้สระมงคลโบกขรณี ขุมทรัพย์นั้นอยู่ระหว่างกลางของสระ
และปริศนาข้อสุดท้าย ได้แก่ ขุมทรัพย์ใหญ่ที่ยอดไม้ หมายถึง ให้ขุดขุมทรัพย์ภายในเงาไม้รังต้นใหญ่ มีปริมณฑลเวลาเที่ยงวันตรง ภายในพระราชอุทยาน



























