ด้วยพื้นที่ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้งานนี้นอกจากชาวหนองคายที่มาร่วมตักบาตรกันแล้ว เพื่อนบ้านชาวลาวเมื่อทราบข่าวก็มาร่วมงานด้วย เหมารถบัสกันมา เดินทางมาล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน เพราะเกรงว่าถ้าเดินทางมาในวันงาน จะมาไม่ทัน เขาบอกว่า “บุญใหญ่ๆแบบนี้พลาดได้อย่างไร”
เมื่อเช้าวันงานมาถึงพร้อมกับฝนที่ตกลงมา เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย แต่ชาวนครชัยศรีซะอย่าง บ่ยั่นอยู่แล้ว ส่วนพระภิกษุสงฆ์เห็นสาธุชนบ่ยั่น ท่านก็บ่ยั่นเหมือนกัน เมื่อคณะพระภิกษุสงฆ์แปรแถวมารับบาตร จึงได้เกิดปรากฏการณ์ตักบาตรท่ามกลางสายฝนขึ้น วินาทีนี้สาธุชนถึงกับน้ำตาไหล
เธอเป็นชาวลาวในออสเตรเลีย...ตลอดมาเธอมีความรู้สึกว่า บางสิ่งได้ขาดหายไป จนเมื่อเธอได้มาปฏิบัติธรรม เธอจึงได้สิ่งที่หายไปนั้นกลับคืนมา...เมื่อเธอเกษียณอายุราชการแล้ว เธอได้มีอาชีพใหม่ คือ เป็นผู้นำบุญ...เรื่องน่าแปลก มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอและคนในครอบครัว พากันคิดว่า คุณแม่ของเธอที่เสียชีวิตไป ได้กลับมาเกิดเป็นลูกชายของน้องสาวคนที่เจ็ดของเธอ...เรื่องนี้จริงหรือไม่...ที่นี่...มีคำตอบ
การตักบาตรในวันนี้ แท้จริงแล้วจะต้องเริ่มพิธีกันประมาณเจ็ดโมงกว่าๆ แต่ประชาชนและนักศึกษาต่าง Alert กันอย่างสุดขั้วหัวใจ มากันอย่างพร้อมเพรียงกันตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้า และยิ่งไปกว่านั้นทางพระภิกษุสงฆ์ก็ต่างตื่นเต้น ท่านตั้งใจกันมาเป็นเนื้อนาบุญ จากเดิมที่นิมนต์ท่านไว้แค่ 1,111รูป แต่พอมากันจริงๆ ท่านกลับมากันถึง 1,251รูป เรียกว่า Alert กันสุดๆทุกฝ่าย…
พอมีเรื่องมาให้คิด ลูกก็คิดว่าเรื่องนั้น เหมือนลูกฟุตบอล แล้วลูกก็ kick out (แปลว่า เตะส่งออกไปเลย) หลังจากนั้นลูกจึงขยายเวลานั่งเป็น 5-10นาที และมากขึ้นจนเป็นชั่วโมงค่ะ หลังจากที่ขยายชั่วโมงการนั่งสมาธิ ประสบการณ์ภายในของลูกพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านไป แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกครั้ง คือ ลูกจะมีความสุขมากๆ
ลูกได้นั่งสมาธิโดยเริ่มจากการนึกดวงแก้วอยู่ที่กลางท้อง และวางใจเบาๆไว้ที่กลางดวงแก้ว ไม่คิดอะไร เมื่อวางใจเบาๆที่กลางท้องไปเรื่อยๆ ลูกก็ได้รู้จักกับคำว่า ตกศูนย์ รู้สึกว่าเราโดนดูดวูบที่กลางท้องค่ะ แล้วเหมือนตัวเราโดนบีบลงไปในท่อเล็กๆที่ยาวมาก จนเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด