我是挪威人,是梦中梦幼儿园的学生。一般来说,挪威人的性格比较冷静,诚实,同时也很热情友善,像泰国的文化一样。在以前,这里的民风淳朴,家家户户的大门都不必关上,因为当时他们只有“施予”这个观念。但是现在这些文化已经逐渐消失了,被分不出对与错的新文化所取代了
ผมคิดว่า คนทั้งโลกนี้ควรจะรู้จักการนั่งสมาธิครับ หลวงพ่อน่าจะส่งพระไปทุกๆประเทศนะครับ พระ 1 รูปสอนคน 1 คน และคนๆนั้นควรสอนเพื่อนๆของเขา และเพื่อนๆของเขาควรจะสอนเพื่อนของเขาต่อไปอีกเรื่อยๆ จนรู้จักสมาธิไปทั้งประเทศเลยครับ
วันนี้ ก็เป็นโอกาสดีที่ เป็นวันรับเงินค่าแรงของคนงานโซโลมอนที่บริษัทฯผมได้เริ่มบอกบุญทำหลังคามหารัตนวิหารคด กับชาวโซโลมอนกลุ่มหนึ่ง โดยเอารูปให้ดูว่า ที่ประเทศไทยกำลังสร้างหลังคามหารัตนวิหารคด เพื่อเป็นสถานที่ในการนั่งสมาธิ ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากครับ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า จะมีอานิสงส์อย่างไร
ผมกำหนดนิมิตเป็นองค์พระ ตอนแรกเห็นเป็นสีเหมือนหินอยู่กลางตัวผม แล้วท่านก็เปลี่ยนเป็นใสมากๆ และนั่งนิ่งสนิทอยู่ที่กลางตัวของผม ผมมีความสุขมากอย่างอธิบายไม่ได้ครับ รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน และไม่เคยคิดว่าจะมีความสุขแบบนี้ในโลก
มาอ่านเรื่องราวดีๆที่น่าสนใจ จาก South Africa กันนะคะ
Karma that happens in this life is the effect from actions that we did in previous life. One of the Norway ladies was sent out to a foster home since she was 3 months old and had no chance to be close with her mom. She had to move along with her dad for 12 times until she was used to separation and lack of warmness from people of close relationship. What retribution caused her life to be like this? And, why can her daughter sense which house is livable or no?
โจรสบโอกาสก็คว้าเชือกสนสะพายที่ผูกรั้งจมูกโคเอาไว้ นึกกระหยิ่มใจว่า “เจ้าหนุ่มนี่ขี้เซาจริง เขาลักโคของตนก็ยังไม่รู้ ช่างเป็นลาภของเราหนอ ที่ได้โคมาเปล่าๆ นี่ถ้าเอาไปขายต่อ ก็คงจะได้กำไรงาม” แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร
แม่ของลูกทำธุรกิจหลายอย่างทั้งขายตรงและขายอ้อม ธุรกิจขายตรงๆก็คือเปิดหน้าร้านขายของใช้ เช่น ผงซักฟอก,สบู่,ยาสีฟัน เป็นต้น ส่วนธุรกิจขายอ้อมๆนั่นจะทำเฉพาะวันที่1 และ16 ของทุกเดือน ธุรกิจขายอ้อมนี่คือ ขายหวยใต้ดินค่ะ
ผู้ให้ข้าวน้ำ ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้สถานที่ ชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ลูกเป็นหนึ่งในทีมงานก่อสร้างสถานที่สำคัญ เพื่ออวดชาวโลกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งบุญที่อลังการที่สุดในโลก ซึ่งถ้ามองจากภายนอกจะปะทะกับความยิ่งใหญ่แล้ว ทว่าก้าวเหยียบย่างไปด้านในแล้วยิ่งใหญ่กว่า
เธอได้ล้มป่วยด้วยโรคลูคิวเมีย (มะเร็งในเม็ดเลือดขาว) ปลายปี 2548 หมอบอกว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะ โรคของเธอมาถึงระยะสุดท้ายแล้ว สองสามีภรรยารู้สึกเศร้าเสียใจมาก ทางออกสุดท้าย เขานึกถึงเพื่อนชาวพุทธ คือ ตัวผม พร้อมกับส่งคำถามว่า “หากมีคนมาบอกว่าภายในสัปดาห์นี้คุณจะต้องตาย ชาวพุทธเขาเตรียมตัวกันอย่างไร”
พอลูกสาวถึงวัยได้เข้าเรียน ครูก็ถามว่า “พ่อแม่อยู่ด้วยกันหรือหย่าร้าง?” ลูกจึงถามกับสามีว่าตกลงเธอจะเอายังไง เขาพูดว่า “ ถ้าเธอเจอใครที่ดี เธอก็ไป แต่ถ้าฉันเจอใครที่ดี ฉันก็ไปก่อน” คำพูดประโยคนี้กระเทือนใจลูกอย่างรุนแรง ทำให้ลูกตัดสินใจเลิกกับเขาเด็ดขาดนับจากบัดนั้น
คุณพ่อ จะเปล่งเสียงร้องอย่างโหยหวนก้องกังวานทุกๆสองนาที โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เสียงร้องของท่านฟังแล้วเหมือนเสียงวัวที่ร้องด้วยความโหยหวนทุกข์ทรมาน ความดังที่เปล่งออกมายากจะคำนวณได้ว่ากี่เดซิเบล ลูกทราบแต่เพียงว่า ได้ยินกันอย่างถ้วนทั่วทั้งหมู่บ้าน
ลูกได้อธิษฐานในใจกับหลวงปู่ว่า “ขอ ให้หลวงปู่ช่วยด้วย อย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย ให้ลูกมีเสียงกลับคืนมา หากลูกหายลูกจะเป็นผู้นำบุญที่ยิ่งใหญ่ จะพูดแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ลูกพูดมาก็จะเป็นประโยชน์กับผู้คน” ผลการตรวจออกมาหมอถึง กับงง เพราะไม่พบสิ่งผิดปกติ หมอได้วินิจฉัยใหม่ว่า “เส้นประสาทเสียงอักเสบ” ให้ยาลดอาการบวมและยาวิตามินมา ให้กลับบ้านได้ (ทั้งๆ ยาที่ได้มายังไม่ได้กินเลย) ลูกได้เสียงกลับคืนมาแล้ว
ตัวลูกเอง ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ได้มาสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะ ลูกมีความสุขมาก แต่เมื่อ ๖-๗ เดือนก่อนจนถึงปัจจุบัน ความสุขนั้นหายไปส่วนหนึ่งทีเดียว เพราะลูกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กำเริบอย่างมาก ผิวหนังเป็นผื่นแดงไปทั่วตัวรวมทั้งใบหน้า มีอาการคันที่ผิวหนัง ตลอดทั้งศีรษะและตามตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน จะมีอาการคันมากๆ