เรื่องราวของลูกสาวยอดกตัญญู...คุณแม่ของเธอเป็นชาวจีนที่ไม่เข้าใจพระพุทธศาสนา และเรื่องของบุญ ในระหว่างที่คุณแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่เธอได้พยายามทุกวิถีทางที่จะให้คุณแม่ของเธอได้ทำบุญ อยู่ในบุญ และเข้าใจในเรื่องของบุญ...เมื่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว เธอก็ยังคงทำหน้าที่ของลูกที่ดี ด้วยการพยายามพูดให้คุณแม่ทำตามหลักวิชชาเพื่อจะได้มีสุคติเป็นที่ไป ทั้งยังทำบุญใหญ่ให้กับท่านในช่วงระยะ 7 วันหลังจากที่ท่านเสียชีวิตแล้วอีกด้วย...ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
หญิงคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน เป็นคนฉลาด มีอารมณ์ขัน มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เธอได้พบหมู่คณะโดยการชักชวนของลูกสาว เธอมีโอกาสได้เทปูน และช่วยทำงานในการสร้างโบสถ์ของวัดพระธรรมกาย อีกหลายอย่างเท่าที่เธอจะช่วยได้ ในการเวียนเทียนรอบโบสถ์เป็นปีแรก เธอได้เห็นพระพุทธเจ้าลอยอยู่เหนือโบสถ์ สร้างความปีติให้เธอเป็นอย่างมาก...บุญมีผลต่อเราอย่างไร ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ที่นี่มีคำตอบให้กับทุกๆท่าน...
สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ต่างก็รักในการสร้างบารมี นับตั้งแต่ได้พบกับหมู่คณะ ก็ได้ร่วมทำบุญกับหมู่คณะมาโดยตลอด แต่ก่อนสามีชอบดื่มน้ำเมา ถึงขั้นเป็นโรคแอลกอฮอล์ริซึ่ม เมื่อได้ภรรยาเป็นกัลยาณมิตรให้ เขาก็สามารถเลิกได้สำเร็จ...เมื่อวิบากกรรมตามมาทัน ทำให้ทั้งคู่ต้องประสบอุบัติเหตุ ภรรยาเสียชีวิต สามีบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง...สิ่งที่ผู้เป็นสามีเป็นห่วงอยู่ในตอนนี้ก็คือ ลูกๆของเขา ไม่เข้าใจในการสร้างบุญ สร้างบารมี...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของสามีภรรยาคู่นี้ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา...แล้วท่านจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า บุญนั้นสำคัญอย่างไร...
ชายคนหนึ่ง เมื่อวัยเด็ก เป็นเด็กน่ารัก มีเมตตา เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เรียนระดับ Advance ในวิชาคณิตศาสตร์ และ ระดับ Honor ในวิชาภาษาอังกฤษ เขาหลงใหลในมายากลมาก ถึงขนาดตั้งตนเป็นประธานชมรมมายากลคนแรกของวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่...ต่อมา เขาได้มีโอกาสรู้จักกับประธานใหญ่ของสมาคมมายากลชื่อดังของโลก และติดตามไปเรียนมายากลกับท่านผู้นี้...จนถึงวันนี้ ข่าวคราวของเขาได้เงียบหายไปกว่า 3ปีแล้ว คุณแม่ของเขาคิดถึงและเป็นห่วงเขามาก...และกับคำถาม อาชีพมายากลถือเป็นสัมมาอาชีวะหรือไม่ ต่างจากการหลอกลวงหรือไม่ และเป็นสายหนึ่งของวิชาวิทยาธรหรือไม่ จะมีผลต่อปรโลกอย่างไร
กาเมื่อรู้ว่าตนเองตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว ก็ส่งเสียงดังให้งูมาช่วยโดยด่วน งูรีบแผ่พังพานทำท่าจะพ่นพิษร้ายใส่ปูทอง แต่ปูทองกลับใช้ความว่องไว อ้าก้ามอีกข้างหนึ่งหนีบคองูไว้ เมื่องูตกอยู่ในอันตรายก็พิจารณาว่า "ธรรมดาปูจะไม่กินเนื้อกาและเนื้องู แต่เพราะเหตุอะไรหนอ ปูตัวนี้จึงหนีบเราและกาไว้"
สุมุขหงส์ตอบด้วยเสียงไพเราะว่า "พญาหงส์ตัวนี้ เป็นราชาของเรา ทั้งยังเป็นมิตรที่เสมอด้วยชีวิต ฉะนั้นจะให้เราทิ้งไปได้อย่างไร" สุมุขหงส์ตอบด้วยเสียงไพเราะว่า "พญาหงส์ตัวนี้ เป็นราชาของเรา ทั้งยังเป็นมิตรที่เสมอด้วยชีวิต ฉะนั้นจะให้เราทิ้งไปได้อย่างไร"
พระภิกษุรูปหนึ่ง ท่านรักในการอยู่ธุดงค์ ปลีกวิเวก...เมื่อครั้งที่ท่านได้เดินทางไปที่วัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง ท่านได้ไปพบหินสีดำ มีลักษณะคล้ายเสมา จึงเอ่ยปากขอลอยๆ แล้วนำติดตัวกลับมาวัดที่ท่านพำนักอยู่...หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ผิดธรรมชาติหลายอย่าง และเมื่อเวลาท่านนั่งสมาธิ ท่านยังเห็นนิมิตประหลาดอีกด้วย...7วันต่อมา ในขณะที่สาธุชนราว 30ชีวิต กำลังร่วมกันปฏิบัติธรรม ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างน่ากลัว ผู้คนพากันแตกตื่น หอฉันซึ่งยังสร้างไม่เสร็จได้พังลงมา
มาถึงตรงนี้ มีปัญหาอยู่ประการหนึ่ง ดังที่เคยสดับมาว่าผู้ที่เจริญเมตตาจิตอยู่เป็นประจำนั้น ย่อมได้รับอานิสงส์ถึง 11 ประการ หนึ่งใน 11 ประการนั้นก็กล่าวไว้ชัดเจนว่า ไฟ ศัสตรา และยาพิษไม่อาจกล้ำกราย ก็แล้วพระโพธิสัตว์ผู้เจริญเมตตาจิตอยู่เป็นประจำ ทำไมจึงถูกยิงได้เล่า
เมื่อยามอรุโณทัย พระโพธิสัตว์จะตื่นแต่เช้าตรู่ รีบลุกจากที่นอนโดยไม่อิดออด เก็บกวาดที่อยู่อาศัยของบิดามารดาจนสะอาดเรียบร้อย จากนั้น พระโพธิสัตว์จะเข้าไปกราบเท้าบิดามารดาทั้งสอง เพื่อไปตักน้ำยังแม่น้ำมิคสัมมตา
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของบิดามารดาแล้ว พระโพธิสัตว์ก็บังเกิดความสงสารเป็นกำลัง ได้คิดหาวิธีที่จะพาท่านทั้งสองออกจากบริเวณนั้นให้ได้ จึงรีบไปหาไม้ที่มีความยาวกะว่าว่าให้พ้นภัยจากพิษร้ายของอสรพิษ แล้วนำมาให้บิดามารดาจับที่ปลาย ส่วนตนจับที่หัวไม้เท้า แล้วบอกกับท่านทั้งสองว่า “พ่อกับแม่ จงจับที่ปลายไม้เท้านี้เถิด ลูกจะนำท่านทั้งสองออกจากที่นี้กลับสู่อาศรมของเรา”
อุทาหรณ์ของการผิดศีลข้อ 1...หญิงคนหนึ่ง เคยประกอบอาชีพค้าเนื้อโคและกระบือ เธอต้องทำหน้าที่สั่งฆ่าโคและกระบือ เกือบทุกวันมาตลอดระยะเวลา 30ปี...เธอจะได้รับวิบากกรรมอย่างไร และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร...ชายอีกคนหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่ได้มีหน้าที่ในการฆ่าโค-กระบือ แต่ก็ได้กระทำลงไปเพราะนึกสนุก ด้วยวิธีการที่ชวนให้ขนพองสยองเกล้า คือ ทุบให้ล้ม และเชือดคอให้เลือดไหลจนหมดตัว เมื่อละโลกแล้ว ชีวิตหลังความตายของเขาจะเป็นอย่างไร...ที่นี่...มีทุกคำตอบ
ทั้งสองจึงพากันไปยืนหลบฝนอยู่บนจอมปลวกใหญ่ภายใต้ ร่มไม้นั้น โดยหารู้ไม่ว่า ภายในจอมปลวกนั้นมีอสรพิษร้ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่ สายฝนได้ไหลหลั่งลงมาอย่างไม่ขาดสาย จนร่างของทั้งสองท่านเปียกชุ่ม น้ำฝนปนเหงื่อไคลของฤษีทั้งสองได้ไหลลงสู่ช่องจอมปลวก
ท้าวสักกะจึงทรงให้คำแนะนำว่า “ข้า แต่ท่านผู้เจริญ ท่านไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ เพียงแต่เอามือลูบที่ท้องของปาริกาฤษิณีในเวลาที่นางมีระดู เพียงเท่านี้นางก็จะตั้งครรภ์” ทุกูลฤษีได้ฟังดำรัสอย่างนั้นแล้วก็เบาใจ จึงรับคำว่า “ถ้าให้ทำเพียงเท่านี้ ก็อาจจะกระทำได้”