พอมองลงไป ลูกเห็นองค์พระอยู่ภายใน องค์พระท่านขยายใหญ่แล้วหายไป ดวงแก้วเล็กๆดวงใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ขยายเป็นองค์พระแล้วหายไป ลูกมองเพลินไม่ได้นับเลย จนองค์สุดท้าย ท่านหยุดอยู่กลางท้องขนาดประมาณ 5นิ้ว สีขาว ไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่ นั่งหันหน้าออกทางเดียวกับตัวลูก รู้สึกโปร่ง เบาสบาย
ภาพงานในวันนั้น ทำให้ทุกคนที่มา เกิดความรักความสามัคคีกัน หวงแหนในพระพุทธศาสนา เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดังคำขวัญที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้ไว้ว่า “พุทธบุตร และพุทธบริษัทสี่ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว”
ลูกรู้สึกเสียดาย ที่ได้รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้ฝึกสมาธิ เอาเมื่อยามบั้นปลายของชีวิต แต่ยังนับว่าโชคดีที่ได้รู้ถึงกิจที่แท้จริงของการมาเกิด และได้รู้ก่อนที่จะต้องไปเกิด ทำให้ลูกรู้สึกไม่กลัวความตายเจ้าค่ะ ลูกอยากบอกทุกคนว่า “การฝึกนั่งสมาธิไม่ยากเลย สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีสติตลอดเวลา เอาสติข่มไว้ ถ้าคุมไม่อยู่ก็ หายหมด”
มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจนึกแคลงใจว่า ธรรมดาพระโพธิสัตว์ย่อมจะรู้อุปการะคุณของบิดามารดา มีความเคารพในบิดามารดาอย่างยิ่งมิใช่หรือ เมื่อเป็นดังนี้ การที่มโหสถบัณฑิตนั่งในที่สูงกว่าบิดา และกราบทูลพระราชาเช่นนั้น จะถือว่าเป็นดูหมิ่นบิดาของตนหรือไม่
ผมนิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนตัวหายไป เหลือแต่เส้นขอบโครงร่างกายกับองค์พระที่กลางท้อง ชัดเจนจนเห็นขดก้นหอยวนตามเข็มนาฬิกา ผมรู้สึกตื่นเต้นและสงสัยว่า ตัวผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ก็ฉุกคิดถึงคำสอนที่ว่า “จงถอนวัชพืชแห่งความสงสัยออก แล้วปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อมั่นว่า ที่ศูนย์กลางกายของเรามีดวงธรรมและพระธรรมกายอยู่จริง”
ตอนนี้เห็นว่าสังขารยังพอไหว จึงตั้งใจว่า “เราจะต้องบวช เพื่อตามหาพระที่หายไป และจะบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้าย” แม้ผมจะบวชตอนแก่ ก็ขอแก่บุญแก่บารมี แก่อินทรีย์แต่ไม่ขอแก่หน้า จะเดินตามเส้นทางอริยะของพระราธะ ที่ท่านแม้จะบวชตอนแก่ แต่ก็ว่าง่ายสอนง่าย จนกว่าจะได้เข้าถึงธรรม ได้มีความสุขกับพระภายใน เป็นรักแท้ในวัยชราครับ
ลูกตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนเดียวที่ลูกมีอยู่ เป็นเงินที่เตรียมไว้ เพื่อเริ่มต้นทำกิจการของตัวเอง นำมาทำบุญหลังคาทั้งหมด 10ตรม. ลูกทำตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนว่า “ถ้ามีบุญ จะทำอะไรก็สำเร็จทุกอย่าง” ลูกคิดว่า ขอตั้งต้นกิจการด้วยบุญก้อนใหญ่ก้อนนี้ค่ะ พวกเรากลุ่มประตูน้ำได้ตั้งเป้าไว้ 10โมดูล และออกทำหน้าที่ทุกวันตอนนี้ใกล้จะครบตามเป้าแล้วค่ะ
ในสภาพปัจจุบันของโลกมีอายุกาลผันเปลี่ยนตามหลักอนิจจัง แต่โลกยังหมุนเพิ่มมลภาวะ ความลดน้อยในมนุษย์ธรรม เป็นวิกฤตที่ควรหันมาความสนใจ ร่วมกันปกป้อง ดูแลพื้นที่อยู่อาศัยให้มีความสงบร่มเย็น