พอถึงช่วงทำวัตรเย็น ผมก็จรดใจนิ่งไปที่องค์พระพร้อมกันไปด้วย...ผมเริ่มด้วยการผ่อนคลายร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า...ผมจะเริ่มด้วยการปล่อยให้ใจของผมฟุ้งไปให้เต็มที่ก่อน พอฟุ้งเต็มที่ใจมันก็หยุดฟุ้งเอง...ผมนั่งสมาธิทุกวันอย่างต่อเนื่องมาหนึ่งปีครึ่ง จนการปฏิบัติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
คำที่กล่าวว่า “โยมเห็นพระแล้วโยมก็ปลื้ม พระเห็นโยมแล้วพระก็ปลื้ม” ขอยืนยันว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่ได้มองพระภิกษุค่อยๆเดินอย่างสง่างาม ผ่านตรงหน้าไปทีละรูปทีละรูป ก็ยิ่งทำให้ใจฟูขึ้น...ฟูขึ้น ตลอดเวลาเลยทีเดียว เห็นแล้วก็อดกลั้นความรู้สึกที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความปีติออกมาไม่ได้ ทั้งปลื้ม ทั้งชื่นใจในเวลาเดียวกัน
กระทั่งวันที่ 23 กันยายน วันที่ลูกได้ชิตังเมปิดโมดูล ลูกปลื้มมากโดยเฉพาะคำอวยพรของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ลูกได้เข้าถึงธรรม ครั้นลูกกลับมาบ้านอธิษฐานจิตขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ จึงตั้งใจเพิ่มชั่วโมงนั่งธรรมะ จากวันละ 1ชั่วโมง เป็น 2ชั่วโมง
ผมนึกอะไรไว้กลางกาย สิ่งนั้นก็จะใสสว่างไปหมด มหัศจรรย์มากครับ นอกรอบ ผมจะรักษากาย วาจา ใจ ได้บริสุทธิ์ หรือถ้าผมได้ยินได้ฟังใครพูดไม่ดี ผมก็จะไม่สนใจฟัง ผมจะหันมาตรึกดวงแก้ว องค์พระ และภาวนาสัมมาอะระหังแทน