กัลยาณมิตรสุชาติ กล่าวว่า “ชาติ นี้เกิดมาจน แต่บุญนี้เป็นบุญใหญ่ ถ้าไม่เปิดใจรับ ใจเราก็ไม่ใหญ่ เพื่อให้บุญเป็นใหญ่ในใจ จึงรับมาเลย 100 องค์ แม้ปัจจัยไม่พอแต่กำลังใจเหลือเฟือ เมื่อผักยังสามารถปลูกให้ขึ้นกลางทะเลทรายได้ บอกบุญองค์พระ แค่ 100 องค์ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ตั้งใจจะบอกบุญไปเรื่อยๆ เมื่อวานนี้ได้รับเงินเดือนของเดือนมีนาคมก็เอาไป ถวายทำบุญสร้างองค์พระหมดเลย ได้ฟังคุณอนันต์ คุณ ดร.กฤษดา พูดแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจว่า บุญเรายังน้อยเราถึงรักษาสมบัติไว้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องมีบุญ”
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ณ ตอนนั้น ผมก็ค้นพบสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อนเลยในชีวิตนั่นก็คือ แสงสว่างแบบแปลกๆ เมื่อหลับตาก็เห็นเป็นแสงสว่าง และเมื่อเพ่งไปที่แสงสว่างนั้นก็พบศูนย์รวมเป็นแสงสีสว่างๆ ออกสีฟ้าๆ และผมรู้สึกได้ถึงการมองเห็นภายใน ในมุมมองแบบ Top-view สิ่งที่ผมมองเห็นนั่นก็คือ องค์พระ
พระบรมศาสดาของเราทรงย้ำเตือนให้พุทธบริษัทไม่ประมาทในชีวิต ให้เร่งรีบสั่งสมบุญบารมี และฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จะได้หลุดพ้นจากอาสวกิเลสซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทรมาน *เหมือนในสมัยหนึ่ง มีภิกษุบวชใหม่จำนวน ๕๐๐ รูป เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพระบวชใหม่ จึงมีจิตใจฟุ้งซ่าน เพราะอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า
ภายใน ๗ วันนั้น ทั้งเมืองจะหยุดการทำงานทุกอย่าง มีแต่การละเล่นมหรสพ และการดื่มสุราเท่านั้น โดยภรรยาจะจัดแจงหาสุรามาให้สามีดื่ม และคอยต้อนรับเลี้ยงแขกที่มาเยือน เมื่อครบ ๗ วัน ทุกคนจะเลิกดื่มกันทันที และต่างเริ่มงานกันตามปกติ แต่พวกภรรยาเห็นว่า สุราที่เตรียมไว้ยังมีเหลืออยู่ จึงอยากจะดื่มบ้าง
ดวงบุญนี้เป็นต้นเหตุแห่งความสุขและความสำเร็จ เมื่อเราปรารถนาสิ่งใด ให้อธิษฐานจิตในกลางดวงบุญนั้น ซึ่งเป็นทางมาแห่งมหาสมบัติทั้งหลาย ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ซ้อนอยู่ในกลางดวงบุญนั้น บางคนสายสมบัติโต บางคนเล็ก บางคนก็ริบหรี่ ตามแต่กำลังบุญที่ได้สั่งสมมา ดวงบุญนี้จะดึงดูดสมบัติหยาบในเมืองมนุษย์ ให้เราได้ใช้สร้างบารมีอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น เมื่อปรารถนาในสิ่งที่ดี ย่อมจะสมปรารถนาได้ ดังนั้น เราจึงต้องสั่งสมบุญกันให้มากๆ อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว
ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามได้อาศัยวิธีหุงต้มตามที่ มโหสถแนะนำ ในที่สุดก็สามารถช่วยกันหุงข้าวเปรี้ยวขึ้นมาได้สำเร็จตามพระราชประสงค์ ข้าวเปรี้ยวนั้นได้ถึงพร้อมด้วยองค์ ๘ ประการครบถ้วนบริบูรณ์ นั่นคือ ข้อ ๑ ในเมื่อไม่ให้หุงด้วยข้าวสาร ท่านสิริวัฒกะก็ให้จัดการหุงด้วยข้าวป่น และปลายข้าวที่ตำแหลกละเอียดแล้ว จึงไม่ชื่อว่าข้าวสาร
มโหสถพิจารณาอยู่ว่า “...ชายเข็ญใจผู้นี้เป็นใครกันแน่ ตาก็ไม่กระพริบ แววตาช่างดูมีอำนาจ ซ้ำยังองอาจ มิได้ครั่นคร้ามต่อสิ่งใด ทั้งที่มายืนอยู่ท่ามกลางมหาชนมากมายถึงเพียงนี้”ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมา “..หรือว่าชายผู้นี้ จะเป็นท้าวสักกเทวราช จอมเทพแห่งดาวดึงส์พิภพจำแลงมา...” แล้วมโหสถจะตัดสินคดีความอย่างไรนั้น
อีกทั้งแม่ของลูกเองและแม่ของเพื่อนกัลยาณมิตรยัง เคยจำผิดอีกด้วยว่าเพื่อนของลูกเป็นตัวลูกเอง เพื่อนคนนี้ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลลูกมาโดยตลอดในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะในยามที่ลูกทุกข์ยากลำบากในชีวิตก็คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจอยู่ เสมอ ชักชวนกันทำความดี ทำบุญร่วมกันเป็นประจำเสมอมา
เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง...ในช่วงที่เขาเติบโต มักมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับศีรษะเกิดขึ้นกับเขาหลายต่อหลายครั้ง พออายุได้ 17 ปี ก็มีอาการป่วยทางสมอง จนต้องนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาล เขามีอารมณ์แปรปรวน ช่วงอารมณ์ดีก็พูดคุยแบบไม่มีสาระ หัวเราะ สักพักก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์ร้าย ก้าวร้าวแม้แต่กับแม่ของตัวเอง ด้วยสาเหตุใดทำให้เขามีอาการดังนี้ และจะแก้ไขได้อย่างไร...แม่ของเขา...เธอมีความรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เหมือนมีใครติดตามเธออยู่ตลอด บางครั้งก็ฝันว่า มีคนมาชวนให้ไปอยู่ด้วย...เธอคิดไปเอง หรือเป็นความจริง...ที่นี่...มีคำตอบ...