คอร์สสมาธิ The Middle Way Once More ครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2555 มีสมาชิกทั้งคนไทย คนฝรั่งผิวขาว และคนพื้นเมืองผิวสี ซึ่งทุกท่านล้วนมีประสบการณ์สมาธิที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า “สันติสุขภายใน”
เพราะอธิษฐานเอาไว้ว่าขออย่าได้พบเจอกันอีก ทำให้ชาย-หญิงคู่หนึ่ง กว่าจะได้มาพบกัน กว่าจะได้มารักกัน ก็ในช่วงบั้นปลายของชีวิต
เรือที่แล่นออกสู่ทะเลมหาสมุทร เมื่อมีมรสุมต้องรีบหามุมหลบก่อน ครั้นมรสุมสงบ จึงแล่นเรือต่อไป พวกเราก็เช่นเดียวกัน หากชีวิตกำลัง
อุทาหรณ์ของการจองเวร...ผู้หญิงคนหนึ่ง หลังจากแยกทางกับสามีคนแรก เธอก็ตัดสินใจไปทำงานที่ฮ่องกง และได้แต่งงานกับสามีคนใหม่ที่นั่น เธอกับลูกเลี้ยง ไม่ลงรอยกันเหมือนกับโกรธเกลียดกันมานาน ลูกเลี้ยงมักจะด่าทอเธอด้วยคำหยาบคายเป็นประจำ ตอนแรกเธอไม่เข้าใจความหมาย แต่พอเข้าใจ ก็เริ่มด่าตอบโต้ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด...น้องชายของเธอ หลังจากต้องออกจากงาน ก็หารายได้ด้วยการออกเงินกู้ โดยให้ภรรยาเป็นคนทวงหนี้ ต่อมา เขาและภรรยาได้ถูกลูกหนี้ฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม...ทั้งสองเรื่องเกิดจากการจองเวรกันมาข้ามชาติ
ผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเป็นนักกีฬาระดับเหรียญทอง แต่อนิจจา...เธอถูกสามียิงจากด้านหลังทำให้เป็นอัมพาต จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 30ปีแล้ว...เธอถูกญาติของสามีกีดกันไม่ให้ได้พบกับลูกสาว แต่เมื่อได้พบกัน ลูกสาวเมื่อเห็นแม่เป็นอย่างนี้ กลับเหินห่าง ไม่อยากมาเยี่ยมเยียน...เธอต้องเป็นเช่นนี้ด้วยวิบากกรรมใด...และสำหรับผู้ที่เป็นอัมพาต ควรฝึกสมาธิอย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
ถ้าเราสร้างบุญและทำความดีอยู่ตลอดเวลา แม้เราจะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับคนอื่น ผมเชื่อว่าบุญจะเป็นกำแพงรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเราได้ดีที่สุด ถ้าเราทำกรรมดีเราไม่จำเป็นต้องหาคนมารักษาความปลอดภัยเลย แต่ถ้าคนทำกรรมชั่ว ถึงแม้จะมีคนรักษาความปลอดภัยมากมาย ก็ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ นี่เป็นกฎสากลแต่คนทั่วไปมักไม่เข้าใจ