เรื่องราวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
คนมีบุญนั้น ไม่จำเป็นต้องเพียบพร้อม อาจจะเป็นคนจนหรือคนรวย ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟค คนที่เขามีกรรม สูบบุหรี่กินเหล้า ถ้าเอามาขัดเกลา เขาก็เป็นคนดีได้
กฐินสัมฤทธิ์ของเด็กดี V-Star ร.ร.วัดถอนสมอ จ.สิงห์บุรี ในครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา โดยมีประธานกฐินสัมฤทธิ์ ที่ได้รับการยืนยันจากทุกคนว่า เธอน่ารักจ้ำม่ำ และมีความรักในการสั่งสมบุญมากที่สุด นั่นคือ ด.ญ.เพ็ญภิชชา ตุ้มปิ่น หรือ น้องครีม อายุ 9 ขวบ เด็กดี V-Star ชั้น ป. 4 เป็นประธานกฐิน
มโหสถบัณฑิตจึงตอบพราหมณ์เกวัฏว่า “ท่านเกวัฏ ข้าพเจ้าน่ะ...ยังคิดถึงท่านอยู่เสมอ แต่เพราะยังหาสิ่งที่คู่ควรแก่ท่านยังไม่ได้ จึงต้องเสียเวลาเฟ้นหาของที่สมควรแก่ท่านอยู่นาน เหตุนี้จึงยังไม่ได้โอกาสมาหาท่านเสียที แต่วันนี้ข้าพเจ้าหาเครื่องบรรณาการที่สมควรได้แล้ว บัดนี้จึงถือโอกาสนำบรรณาการที่สูงค่านี้มามอบให้ท่าน”
พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับเช่นนั้น ก็รู้สึกปลาบแปลบในพระหทัย ที่ความลับของพระองค์มารั่วไหลไปได้ พระองค์จึงทรงใคร่ครวญว่า “บุคคลอื่นที่มโหสถกล่าวถึง คงมิใช่ใครอื่นนอกเสียจากพระนางอุทุมพร พระอัครมเหสีของพระองค์เอง ที่บังอาจลอบส่งข่าวไปถึงมโหสถ”
ครั้นท้าวเธอได้สดับดังนั้น ก็ทรงมีพระราชหฤทัยโสมนัสเปรมปรีด์ เพราะธรรมดาแก้วมณีนั้น ชื่อว่าเป็นของมงคลล้ำค่า และหาได้ยากยิ่ง ท้าวเธอจึงเปล่งพระอุทานขึ้นว่า “โอ...วันนี้ช่างเป็นวันมหามงคลจริงเชียว ไหนล่ะมณีรัตนะ ช่วยนำมาให้เราได้ทัศนาสักทีซิ”
มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจนึกแคลงใจว่า ธรรมดาพระโพธิสัตว์ย่อมจะรู้อุปการะคุณของบิดามารดา มีความเคารพในบิดามารดาอย่างยิ่งมิใช่หรือ เมื่อเป็นดังนี้ การที่มโหสถบัณฑิตนั่งในที่สูงกว่าบิดา และกราบทูลพระราชาเช่นนั้น จะถือว่าเป็นดูหมิ่นบิดาของตนหรือไม่
ชายคนหนึ่ง...เมื่อเขามีโอกาสได้บวช ก็ซาบซึ้งในพระธรรม อยากจะใช้ชีวิตสมณะเรื่อยไป แต่เพราะภาวะทางเศรษฐกิจ ทำให้กิจการของครอบครัวต้องประสบภาวะขาดทุน เป็นหนี้สินมากมาย ทำให้ต้องลาสิกขา...เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน จนสามารถใช้หนี้ได้หมด และยังมีเงินก้อนใหญ่เหลือเก็บ แต่เขากลับคิดว่า ตนเองโชคร้าย เพราะเขาอยากจะอยู่ในเพศสมณะมากกว่า