ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนา แต่มีน้อยคนที่รู้ว่า ความสุข คืออะไรและอยู่ที่ไหน ที่จริงแล้วความสุขมีอยู่ในตัวเรานี่เอง และสามารถค้นพบได้ง่ายๆโดยไม่ต้องเดินทางไปหาที่ไหน และไม่ต้องทุ่มเททรัพย์สินเงินทองอะไรไปแลกมา เพียงแค่นั่งลงแล้วหลับตาทำสมาธิภาวนา ก็จะพบความสุขที่ประณีตยิ่งๆ ขึ้นไปได้ ซึ่งหลายๆคน ที่ทำสมาธิภาวนาอยู่เสมอกล่าวว่า “ไม่นึกเลยว่านั่งสมาธิแล้วจะมีความสุขถึงขนาดนี้”
แน่นอนว่าคนเหล่านั้นทั้งหมด ต่างก็ไม่มีใครยอมให้รื้อถอนเรือนของตนเลย ทุกคนต่างต่อรองว่าจะขอจ่ายทรัพย์เป็นค่าสินบนเพื่อขอยกเว้นไม่ต้องรื้อเรือนด้วยกันทั้งสิ้น มโหสถใช้อุบายทำนองเดียวกันนี้ กระทั่งรวบรวมทรัพย์สินบนมาได้ถึง ๙๐ล้านกหาปณะ
ทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ในบ้านแท้ๆ โจรยังเอาไปไม่ได้ ซึ่งในตอนเกิดเหตุนั้น ขนาดยังไม่ได้หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเลย เป็นเพียงบุญที่เราปลื้มปีติ เลื่อมใสศรัทธาที่จะได้หล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำเท่านั้น บุญนี้เมื่อถวายถึงมือพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว สมบัติของเราก็ไม่วิบัติ ถ้าเราไม่ได้ทำบุญครั้งนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นสมบัติของเราจะเป็นอย่างไร
นับตั้งแต่เด็กจนโต เขามีปัญหาคาใจที่ชวนสงสัย ในเรื่องของกฎแห่งกรรม กล่าวคือ ตัวเขาเองมักจะประสบกับอุบุติเหตุอยู่เสมอๆ ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนถึงเรื่องใหญ่ๆจนทำให้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด...เคยโดนวัวเตะจนสลบ เคยถูกไฟฟ้าดูดจนหยุดหายใจไป 7นาที บ้านเคยถูกไฟไหม้ ทรัพย์สินที่มีอยู่หายไปในชั่วพริบตา...อะไร คือสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆดังกล่าวกับเขา เป็นเหตุสุดวิสัย หรืออะไรกันแน่...ที่นี่...มีคำตอบ
อุตตรมาณพ ผู้เป็นบ่าวของกระผม ทำทานด้วยความเคารพ ให้ด้วยมือของตนเอง ด้วยกิริยานอบน้อม เขาจึงมีวิมานสว่างไสวในดาวดึงส์ ส่วนกระผมเองผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ อุตส่าห์สละทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดกลับมาบังเกิดเพียงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา อีกทั้งมีรัศมีและอานุภาพน้อยกว่าอุตตรมาณพอีกด้วย
วันเวลาที่ผ่านไป ได้นำเอาความชรามาสู่เรา ชีวิตมนุษย์มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และในที่สุดก็เสื่อมสลายไป สิ่งต่างๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นบุตร ธิดา ทรัพย์สินเงินทอง ญาติพี่น้อง ล้วนไม่อาจติดตามเราไปสู่ปรโลกได้ มีแต่กุศลผลบุญที่เราสั่งสมไว้ดีแล้วเท่านั้น ที่จะเป็นดังเงาติดตามตัวเราไป ดังนั้นเราทั้งหลาย ต้องตระหนักและแสวงหาหลักของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญบารมีให้เต็มที่ เพราะโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเราที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
จะเห็นได้ว่า การกล่าววาจาทุพภาษิต เช่น คำหยาบ คำด่านั้น ไม่ดีเลย เหมือนที่พราหมณ์พูดกับโคนันทิวิสาล ในการเดิมพันครั้งแรก ทำให้ต้องเสียทรัพย์แก่เศรษฐีและอับอายขายหน้า แต่ครั้นพราหมณ์กล่าวถ้อยคำที่ไพเราะเสนาะหู และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่กัน ก็สามารถกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ และยังได้ทรัพย์สินอีกมากมาย เพราะคำพูดที่ไพเราะนั้นมีฤทธิ์ มีอานุภาพ
มโหสถเห็นอาการเศร้าซึมของนาง ก็ทราบว่า นางคงรู้สำนึกขึ้นมาแล้ว จึงได้ให้โอวาทต่อไปว่า “ต่อแต่นี้ไป เจ้าจงสมาทานเบญจศีลเถิดนะ แล้วพึงตั้งใจรักษาให้บริสุทธิ์ไปจนตลอดชีวิต ขอให้เจ้าพึงสำเหนียกไว้ในใจเสมอว่า เราจักเว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นไปจนกว่าชีวิตจะหา ไม่ เจ้าจะทำได้ไหมล่ะ”
สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุตรธิดา ทรัพย์สินเงินทอง ญาติพี่น้อง ล้วนไม่อาจติดตามเราไปสู่ปรโลกได้ มีแต่กุศลผลบุญที่สั่งสมไว้ดีแล้วเท่านั้น ที่จะเป็นดังเงาติดตามตัวไป ดังนั้น เราต้องตระหนัก และแสวงหาหลัก ของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญบารมี รีบประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน