ฉับพลันสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ลูกเจฟฟรี่พลัดตกจากช่องราวบันไดของอพาร์ทเม้นท์ โดยที่คุณพ่อคว้าตัวไม่ทัน
คืนที่ 3 หลังจากพระสวดจบแล้ว ญาติๆ เถียงกันเรื่องมรดก อยู่ๆ ก็มีเสียงหลังคาตูมดังมาก ทุกคนวิ่งออกมาดู ก็ไม่เห็นมีอะไร เป็นเพราะฝีมือพ่อหรือเปล่า? ถ้าใช่พ่อกำลังจะบอกอะไร และพ่อทำเสียงดังด้วยวิธีใดคะ
เขาโมโหมากจนหยิบปืนมาจ่อที่ลำคอด้านซ้ายและพูดว่า..มึงอยากตายใช่มั้ย..ลูกนึกว่าเป็นการล้อเล่นซึ่งปกติเขาชอบเล่นปืนอยู่แล้ว และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.....เขายิงลูกจริงๆ ลูกรู้สึกเหมือนตัวลูกกำลังลอยเคว้งคว้าง รอบตัวมืดไปหมดจนไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่รู้สึกเจ็บ
พ่อพอเห็นลำตัวของแม่ซึ่งถูกไฟไหม้จนเกรียมเท่านั้น พ่อรีบตรงเข้าไปกอดไว้แน่น ร้องไห้ฟูมฟาย พร่ำรำพันว่า..นี่ถ้าพ่ออยู่ด้วย พ่อรับรองว่าแม่จะต้องปลอดภัย ลูกเห็นแล้วก็ยิ่งสงสารจับใจ เพราะว่าแม่นั้นเป็นสุดยอดหัวใจของคุณพ่อค่ะ...
วันเผาคุณตาลูกรับไม่ได้จริงๆเลยค่ะ ตอนนั้นรู้เลยว่าหัวใจสลายเป็นอย่างไร ลูกจำได้ว่า ลูกจะวิ่งเข้าไปในเมรุ จะไปพร้อมกับคุณตา ดีแต่ว่ามีคนคว้าไว้ได้ทัน ลูกรู้สึกว่า “อะไรกันคนที่มีร่างกาย เห็นๆกันอยู่ เผาไปแล้วไม่เหลืออะไรเลย” ลูกเสียใจมากเลยค่ะกับความสูญเสียครั้งแรกในชีวิต
จากนั้นมา ลูกจึงประชดชีวิต กินเหล้า เที่ยวกลางคืนแบบไม่ยอมกลับบ้าน เจ้าชู้ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า นับๆ ดูแล้วก็ราวๆ 20 คน ลูกคิดจะทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนผิดหวังในตัวลูก
ลูกชายลูกเพิ่งจะอายุครบ 17 ปี เขาผูกคอตายเพราะเสียใจที่ผู้หญิงอเมริกันที่เขารักมีแฟนมาก ทั้งๆที่รู้ แต่ด้วยความรักเขาจึงไม่ถือ พอเด็กผู้หญิงไปกับคนโน้นคนนี้บ่อยเข้า ลูกชายก็หึง เพราะเขารักเดียวใจเดียว และเป็นรักครั้งแรก เขาหลงรักผู้หญิงคนนี้มาก เมื่อเด็กผู้หญิงทนความขี้หึงของลูกชายลูกไม่ไหว จึงไปบอกครู ครูที่โรงเรียนจึงสั่งห้ามไม่ให้สองคนนี้อยู่ใกล้กัน ห้ามไม่ให้คุยหรือติดต่อกัน ลูกชายของลูกเสียใจมาก และได้เก็บความรู้สึกนี้ไว้โดยไม่ปริปากบอกลูกและสามีเลย เขาตัดสินใจผูกคอตายในช่วงที่ลูกกลับเมืองไทย