ท่านพระทัพพมัลลบุตร ถึงแม้ว่าจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เสร็จกิจของการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ท่านยังมีความเสียสละ รับเป็นธุระในกิจการงาน ของสงฆ์ เป็นการกระทำที่น่ายกย่อง และเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี
เรื่องราวชีวิตในสังสารวัฏนั้น มีเรื่องแปลกๆ มากมาย ที่เป็นคำถามให้สงสัย รอคอยผู้มีบุญมาเฉลยคำตอบ ชีวิตของบุคคลที่เกิดมา ล้วนมีฉากหลังกำกับ นั่นคือบุญและบาป ขึ้นอยู่กับสิ่งใดจะมีกำลังส่งผลมากกว่ากัน คนที่ได้รับผลบุญพิเศษนั้น จะต้องสร้างบุญไว้มากๆ ไม่ใช่ว่าจะได้มาอย่างง่ายๆ ถ้าอยากกำหนดชีวิตของเราให้เป็นไปในทิศทางใด
วันนั้น กระผมตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นภาพพระภิกษุมารวมกันเป็นเรือนแสน รู้สึกได้ทันทีว่า ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนาจริงๆ ชื่นชมประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธ ตั้งแต่กษัตริย์จนถึงบุคคลทั่วไป ต่างให้ความเคารพแก่นักบวช
สำหรับวันนี้เรามารับฟังเรื่องราวของพระเถรีรูป หนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า พระวัฑฒมาตาเถรี ซึ่งนอกจากท่านจะเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่บุตรของตนด้วยการยกตนให้พ้นจาก กองกิเลสแล้ว ท่านยังเป็นกัลยาณมิตรให้กับบุตรอีกด้วย เรียกว่าเป็นที่พึ่งทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น และบุตรของท่านก็ได้ชื่อว่า เป็นอนุชาตบุตร เป็นบุตรผู้เสมอกับมารดา
สามเณรได้ฟังความในใจและรับรู้ถึงความปรารถนาอัน บริสุทธิ์ของโยมมารดา ก็เกิดความสลดสังเวชใจที่ตนต้องตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส จึงกลับได้สติมีหิริโอตตัปปะ รีบบอกโยมแม่ว่า "สามเณรไม่สึกแล้ว จะขอบวชตลอดชีวิต"
การเลี้ยงลูกตามหลักพุทธศาสนานั้น ต้องเริ่ม ต้นที่พ่อแม่ คือพ่อแม่ต้องทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ลูก เราอยากได้ลูกที่มีคุณธรรมสูง มีความกตัญญูกตเวที พ่อแม่ก็ต้องฝึกฝนตนเองให้มีคุณธรรมเหล่านั้นด้วยและทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง บุญในตัวของพ่อแม่จะดึงดูดให้ได้ลูกแก้วลูกผู้มีบุญที่เป็นยอดกตัญญู
จงเลือกเอาว่า ต้องการให้ลูกของเราเป็นคนดีในระดับใด เรามีสิทธิ์เลือก จะให้เป็นคนดีแบบทางโลก หรือเป็นคนดีที่แท้จริง ที่สมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรมก็แล้วแต่เรา เพราะพ่อแม่คือผู้เปิดโลกให้แก่ลูก แต่ถ้าจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีตามแบบอย่างของบัณฑิตทั้งหลาย ต้องแนะนำให้ลูกปฏิบัติธรรม ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
ช่วงแรกที่มา วัดเป็นป่ารก ทรุดโทรม หน้าวัดเป็นดงงูกะปะ ท่านก็จัดการพัฒนากระทั่งวัดสะอาดขึ้น แล้วท่านจึงหาทางพัฒนาคนในพื้นที่ กำจัดผีสุรา ผีไพ่ ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยมาแรกๆโยมเอาภัตตาหารมาถวาย ใส่ปิ่นโตมา ก็วางไว้เลย ไม่มาประเคนหรือถวายพระ ท่านจึงสอนโยม โดยการไม่ฉันภัตตาหารที่ไม่ได้ประเคน และเทศน์เรื่อยมาเป็นประจำ
ตอนแรกที่นั่ง ก็มืดมิดครับ ไม่เห็นอะไร พอนั่งไปนานๆ ก็รู้สึกว่า มีแสงสว่างเกิดขึ้น แสงสว่างจากน้อยๆ จะค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกปีติและมีความสุขมากๆครับ