พิธีถวายมหาสังฆทานพุทธบุตร 10,000 กว่าวัดทั่วประเทศ และ 266 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วัดพระธรรมกาย
ที่หลวงพ่อกำหนดให้ธรรมทายาทได้เดินธุดงค์ กระผมก็ชอบมากเลยครับ นึกถึงวันวานที่ยังมีความแข็งแรงอยู่ กระผมออกเดินธุดงค์อยู่เป็นประจำทุกปีครับ อย่างเมื่อปี พ.ศ.2532 กระผมได้ออกเดินไปที่จังหวัดสตูล พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร เดินมาจนถึงพุทธมณฑลเลยครับ บางปีก็เดินจากเชียงรายจนถึงกรุงเทพฯครับ ที่ตรงไหนเหมาะก็แวะทำกรรมฐานอยู่หลายวัน เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมากเลยครับ
รายการอาหารถวายพุทธบุตร 7,000 ตำบล 10,000 กว่ารูปเพิ่มเติม
ถือเป็นปฐมเริ่มที่ดีของการรวมตัวของกลุ่มปฏิบัติการดี เพื่อแก้วิกฤตทางพระพุทธศาสนาและการทำความดีครั้งยิ่งใหญ่ ในการชักชวนเจ้าของบุญมาบวชในโครงการอุปสมบทหมู่ 7000 รูป 7000 ตำบลทั่วไทย
อานุภาพของการบำรุงบิดามารดาไม่ใช่ เรื่องธรรมดา ผู้ที่เลี้ยงดูบิดามารดา แม้ยักษ์ผู้มีใจเหี้ยมโหดก็ยังอ่อนโยนได้ แล้วเกิดความเลื่อมใส จนเปลี่ยนจากยักษ์ที่เหี้ยมโหดกลายมาเป็นยักษ์ใจดี มีศีลมีธรรม พระพุทธองค์ถึงได้ตรัสว่า เพราะการปรนนิบัติในบิดามารดา
แต่พอมีโครงการนี้ ผมว่าดีมากๆเลยครับ ทำให้พระเสี่ยงชีวิตน้อยลง ท่านสามารถอยู่ได้ ด้วยอาหารตักบาตรที่ได้มาจากทั่วทุกมุมของประเทศไทยที่ส่งแรงใจมาให้ โดยผ่านทางวัดพระธรรมกาย และพระที่มาในโครงการนี้ ท่านบอกว่าไม่ได้มาเพื่อหวังที่จะรับปัจจัยไทยธรรมเท่านั้น แต่การที่ได้มาเห็นพุทธบุตรและพี่น้องชาวไทยพุทธมาอยู่ร่วมกันแล้ว มันรู้สึกอุ่นใจมากๆ
ยอดนักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน กว่าที่ท่านจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้น ต้องชิงช่วงชีวิตในการสร้างบารมี เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในขณะที่ผู้อื่นประมาทอยู่ เป็นผู้ตื่นอยู่ในขณะที่ผู้อื่นหลับใหล การสร้างบารมีแบบชิงช่วงนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยกำลังใจอันสูงยิ่ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น
เราจะเห็นได้ว่า กว่าพระอริยเจ้าทั้งหลายที่จะมีวันนี้ได้ ต่างมีเบื้องหลังแห่งความสำเร็จ คือ การสั่งสมบุญบารมีมาอย่างเต็มที่ เต็มกำลังทั้งนั้น แต่ละท่านล้วนมีประวัติการสร้างบารมีที่งดงาม ไม่ใช่ว่า ปรารถนาจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่ได้ลงมือทำความดีใดๆ อย่างนี้ไม่สมหวังแน่นอน
แม้ท่านเป็นพระอรหันต์ ก็ยังถูกฆราวาสกล่าวหา นับประสาอะไรกับพวกเรา ซึ่งเป็นคนเดินดินธรรมดา มีหรือที่จะพ้นคนครหานินทา แต่หน้าที่ของเรา จะต้องตั้งสติทำใจให้หนักแน่น และสร้างความดีกันต่อไป และอีกอย่างหนึ่งที่พวกเราควรตระหนักคือ เป็นคฤหัสถ์ไม่ควรไปกล่าวร้ายพระสงฆ์ผู้ทรงศีล มันจะเป็นบาปติดตัวไป สนุกปากแต่ลำบากเรา
จากเรื่องนี้ เราจะเห็นได้ว่า แม้เราจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ก็อาจเกิดการเข้าใจผิดกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว ฉะนั้น การเข้าใจผิดจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และพร้อมจะเกิดขึ้นเสมอในสังคมโลกปัจจุบัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ พวกเราทุกคนควรนำไปเป็นข้อคิดว่า