ต้นแบบวงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ประกาศให้ตำรวจก็มาบวชได้ โดยไม่คิดเป็นวันลา ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ ที่ สภ.(สถานีตำรวจภูธร) คลองหลวง จุดเริ่มต้นจาก ท่านสารวัตรอำนวยการ สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.(พันตำรวจตรี) เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท (สารวัตรน้อย)
พระฤๅษีจึงตอบว่า ถ้าเรายังดำรงอยู่ในราชสมบัติ เราจะบูชาธรรมท่านด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทองเป็นอันมาก และจะยกราชสมบัติทั้งหมดพร้อมด้วยเศวตฉัตรให้ท่าน แต่บัดนี้เราเป็นนักบวชเหลือแต่เพียงร่างกาย และผ้าคลุมกายนี้เท่านั้น เรามีชีวิตเลือดเนื้อเป็นสมบัติ ถ้าหากท่านปรารถนา เราจะบูชาธรรมด้วยชีวิตนี้แหละ
งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้
ท่านพระทัพพมัลลบุตร ถึงแม้ว่าจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เสร็จกิจของการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ท่านยังมีความเสียสละ รับเป็นธุระในกิจการงาน ของสงฆ์ เป็นการกระทำที่น่ายกย่อง และเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี
เรื่องราวชีวิตในสังสารวัฏนั้น มีเรื่องแปลกๆ มากมาย ที่เป็นคำถามให้สงสัย รอคอยผู้มีบุญมาเฉลยคำตอบ ชีวิตของบุคคลที่เกิดมา ล้วนมีฉากหลังกำกับ นั่นคือบุญและบาป ขึ้นอยู่กับสิ่งใดจะมีกำลังส่งผลมากกว่ากัน คนที่ได้รับผลบุญพิเศษนั้น จะต้องสร้างบุญไว้มากๆ ไม่ใช่ว่าจะได้มาอย่างง่ายๆ ถ้าอยากกำหนดชีวิตของเราให้เป็นไปในทิศทางใด
กระทั่งวันหนึ่ง ก็มีของขวัญล้ำค่าบรรจุห่ออย่างดี ถูกส่งจากเรือนของอาจารย์เสนกะเพื่อนำมามอบให้แด่นางอมรา นางอมราเทวีได้รับบรรณาการที่มีผู้นำมาให้แล้ว ก็รู้ความประสงค์ของอาจารย์เสนกะ นางจึงดำริในใจว่า “ช่างน่าขันเสียจริง จู่ๆเสือก็เผ่นเข้ามาหาจั่นเอง ทีนี้ล่ะ เราจะทำให้อาจารย์ทั้งสี่ได้รู้จักเข็ดหลาบเสียบ้าง”