บุคคลใดเอาของหอมทาพื้นพระคันธกุฎี ด้วยผลของกรรมนั้น ไม่ว่าเขาจะเกิดในชาติใดๆ จักเป็นผู้มีกลิ่นกายหอมทุกชาติไป จักเป็นผู้เจริญด้วยกลิ่นคือคุณแห่งศีล จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วจักปรินิพพาน เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตจำนงไว้
ดูก่อนมาณพ เพราะความที่ท่านเป็นผู้ที่มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายดอกกรรณิการ์ประดับฉัตร และทานที่ท่านทำก็ละเอียดประณีต ท่านจะได้สมบัติใหญ่ จักเข้าถึงเทวสมบัติเป็นท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่ในดาวดึงส์ ๓๐ ครั้ง จะเป็นพระเจ้าจัรพรรดิที่สมบูรณ์ด้วยจักรพรรดิสมบัติ ๒๑ ครั้ง และจะเป็นพระราชาอีกนับครั้งไม่ถ้วน ในอนาคตกาลท่านจะได้บวชในศาสนาของพระสมณโคดม แล้วจะบรรลุธรรมขั้นสูงสุด
เฉลยชัด!ทุกข้อข้องใจของโครงการบวชพระ 1 แสนรูป เข้าพรรษาทุกหมู่บ้านทั่วไทย เมื่อหมดข้อสงสัย คลายกังวลจะได้รีบมาสมัครบวชเอาบุญตอบแทนคุณพ่อกับแม่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสพระคาถาว่า “ปุญฺญญฺ เจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย” แปลความว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญไซร้, พึงทำบุญนั้นบ่อยๆ พึงทำความพอใจในบุญนั้น, เพราะว่าความสั่งสมบุญทำให้เกิดสุข.
เมื่อยังไม่หมดกิเลส ต้องสร้างบุญให้เต็มที่ เพราะ "การสั่งสมบุญเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า" นั่นเอง ...และที่สำคัญ "บุญไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง"
ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การบูชาปูชนียบุคคลทั้งหลาย นี้เป็นมงคลอันสูงสุด
"...วันแห่งความสำเร็จที่แม่ค้าขายข้าวแกงอย่างลูก ก็สามารถคว้าปริญญา พุทธศาสตร์บัณฑิตของดีโอยูมาครอบครองได้..."
โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน หนึ่งแสนคน ตอน ทหารหญิงจักรพรรดิพร้อมบวชสองชั้น
อาตมารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่มีโครงการอุปสมบทหมู่หนึ่งแสนรูปเกิดขึ้น ถือว่าเป็นครั้งแรกของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีการบวชพระจำนวนมากขนาดนี้ โดยเฉพาะในวันนี้ ที่มีการบันทึกภาพแห่งการสร้างบารมีของเหล่าพุทธบุตร ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง สถานที่ประวัติศาสตร์ของเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาตมาขอขอบคุณวัดพระธรรมกาย และพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่เป็นแม่งาน ทำให้โครงการดีๆอย่างนี้เกิดขึ้น
พระบรมศาสดาซึ่งประทับอยู่ในพระคันธกุฎี ได้เห็นความตั้งใจจริงของนาง จึงแผ่พระรัศมีออกไป เหมือนประทับนั่งอยู่ต่อหน้า แล้วตรัสพระธรรมเทศนาว่า "ผู้ใดไม่เห็นธรรมอันยอดเยี่ยม พึงเป็นอยู่ 100ปี ความเป็นอยู่วันเดียวของผู้เห็นธรรมอันยอดเยี่ยม ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ของผู้นั้น"